ฉินเฉาผู้ที่ ‘รังแกผู้อื่นเกินไป’ ใช้มือวาดสัญลักษณ์พุทธะ จากนั้นเสียงสวดมนต์ก็ดังก้องไปทั่วทั้งสุสานจนวิญญาณแต่ละดวงพากันลอยหนีออกไปคนละทิศละทางด้วยความหวาดกลัวแม่นางเจินที่อยู่ด้านข้างฉินเฉาเองก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าสงสาร เธอเอามือปิดหูแล้วล้มลงไปกับพื้นผู้อื่นเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันมู่หว่านชิวที่อยู่ตรงข้ามรู้สึกแย่มากใบหน้าของเธอซีดขาวก่อนที่จะก้าวถอยหลังออกไปหลายก้าว จนหลังติดกำแพงหินที่เย็นยะเยือก เธอจึงเริ่มสงบลงแต่หัวใจของเธอกลับยังคงเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหลุดออกมาพลังพุทธะที่แข็งแกร่ง!“นี่…นี่… เจ้า เจ้าคือฉินเฉา!”เมื่อนึกถึงตัวตนของอีกฝ่าย ดวงตาของมู่หว่านชิวก็เบิกกว้าง“ใช่ เป็นฉันเอง”ฉินเฉากอดอก ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างภูมิใจแม่นางเจินยืนอยู่ด้านหลังฉินเฉาอย่างตัวสั่นงันงก ราวกับเป็นลูกสะใภ้กำลังรับเคราะห์นายน้อยท่านนี้มีพลังที่แข็งแกร่งเหลือเกินเธอฝึกตนมากว่าพันปี แต่ยังห้ามเสียงกรีดร้องยามต้องเจอพลังพุทธะของเขาไม่ได้แน่นอนว่าเธอจะต้องต้านทานพลังนี้ไม่ได้ เพราะฉินเฉาฝึกพระสูตรหัวใจเพชรซึ่งเป็นธรรมศึกษาในขั้นสูงขึ้นไปอีก“ไม่คิดเลยจริง ๆ … ว่าศิษย์ตัวน้อย ๆ ในนิกายหลัวซาพวกนี้ เจ้าก็ยังต้องมาพาออกไป”มู่หว่านชิวอดทนต่อเลือดลมที่ตีขึ้นมาในใจ เธอยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “ดูเหมือนว่านิกายหลัวซาจะไม่มีใครจริง ๆ แล้วสินะ”“พูดอะไรอยู่น่ะ”ฉินเฉาไม่สนใจกับคำพูดยั่วยุของฝ่ายตรงข้