“ฝาตั่ ว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ฉินเฉาลูบหัวฝาตั่ ว “เฮ้ ลมปราณในร่างกายเธอเพิ่ มขึ ้ นมามากเลย นี่” “อืม” ฝาตั่ วพยักหน้าและพูดว่า “ตอนนี้ฝาตั่ วอยู่ในขั้ นกําเนิดจิตแล้ว!” “สวรรค์ ขั้ นกําเนิดจิต!” ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์ “เพียงแค่ไม่กี่ เดือนเธอก็เข้าสู่ขั้ นกําเนิดจิตแล้ว ความก้าวหน้าของเธอนับว่ารวดเร็ว จนน่ามหัศจรรย์” “ฮิ ๆ เพราะฝาตั่ วต้องตามท่านให้ทันเร็ว ๆ จะได้ติดตามอยู่ข้าง กายท่านและช่วยเหลือท่านได้” ฝาตั่ วยิ ้ มออกมา “อืม ฝาตั่ วฉลาดที่สุด” ฉินเฉารู้ดีว่าฝาตั่ วเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักและแสน บริสุทธิ ์ ดังนั ้ นฉินเฉาจึงไม่กล้าพาฝาตั่ วออกไปข้างนอก และให้เธออยู่ที่นี่ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ได้รับกลิ่ นอายของมลพิษจากสังคมสมัยใหม่ และที่สําคัญที่สุดก็เพื่อปกป้องเธอจากพลังของเธอเอง คนที่ฉิน เฉาต้องปกป้องนั ้ นมีมากมายเกินไปจนฉินเฉาแบ่งหัวใจไม่ได้แล้ว “โม่หลิง ฝาตั่ วยังไม่เข้าใจเรื่องต่าง ๆ อีกมาก ดูแลเธอด้วยล่ะ” “ท่านประมุขวางใจได้เลยค่ะ” โม่หลิงรีบพยักหน้าให้กับท่านประมุขที่เธอชื่นชมมากที่สุด หากไม่มีเขาก็คงจะไม่มีนิกายหลัวซาในวันนี้ “สุดท้ายผู้ชายก็วิ่ งเข้าหาดอกไม้ทั้ งปี มองหาแต่สาวงามจนลืมไป แล้วว่ามีคนอยู่ตรงนี้ด้วย” หลี่ฟ่านฟ่านยืนอยู่ข้าง ๆ เธอถือหูฟังในมือราวกับว่ากําลังฟังเพลง และพูดออกมาด้วยน�าเสียงที่สงบและนุ่มนวล “สหายหลี่ฟ่าน