ข่าอยู่ยืนขึ้นมาทันที แววตาของเขาปรากฏความหวาดกลัว เขายื่นแขนทั้งสองข้างออกมาและพุ่งเข้าไปหาหลี่ฟ่านฟ่าน“ระ ระวัง!”ศิษยานุศิษย์ผู้นี้ยังคงพูดได้แต่เขากลับบังคับร่างกายของตัวเองไม่ได้ จึงทําได้แค่เพียงส่งเสียงเตือนหลี่ฟ่านฟ่าน“ฝ่ามือปีศาจเก้าเร้นลับ!”เมื่อเห็นว่ามือซ้ายของอีกฝ่ายที่เปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกกําลังจะปะทะเข้าที่ไหล่ของเธอ หลี่ฟ่านฟ่านก็อดอุทานออกมาไม่ได้สามารถควบคุมพลังได้ด้วยงั้นเหรอ?ในระหว่างที่เธอกําลังอุทานออกมานั้น ฝ่ามือที่เปล่งแสงของศิษยานุศิษย์ก็มาถึงตรงหน้าของเธอแล้วแต่หลี่ฟ่านฟ่านนั้นไวกว่า เธอยื่นมือข้างขวาออกไปปัดฝ่ามือปีศาจเก้าเร้นลับของอีกฝ่าย ในเวลาเดียวกันนั้นนิ้วชี้ข้างขวาก็แตะที่หน้าผากของเขาเบา ๆ“จงดําดิ่ง…”ศิษยานุศิษย์ถอยหลังออกไปหลายก้าว หน้าผากของเขาเปล่งแสงออกมา“อากาศดีจริง ๆ …”เขายืดตัวบิดขี้เกียจก่อนที่จะถอนหายใจออกมา “อยากนอนกลางวันจัง… ชีวิตช่างน่าเบื่อ ไม่มีแรงที่จะทําอะไรแล้ว…..”เมื่อกล่าวดังนั้นเขาก็นั่งลงกับพื้นแล้วก้มหน้าลงอย่างเฉื่อยชา“เกิดอะไรขึ้น!”มู่หว่านชิวประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าศิษยานุศิษย์จะหลุดออกจากการควบคุมของขลุ่ยเรียกวิญญาณ“เสียงขลุ่ยของเธอคงจะสามารถควบคุมลมปราณของผู้อื่นได้สินะ”ถึงแม้หลี่ฟ่านฟ่านจะเป็นคนขี้เกียจ แต่เธอก็มีปัญญาที่ฉลาดหลักแหลมเธอวิเคราะห์ ตัดสินเหตุผล และความคําตอบที่เชื่อมโยงกัน “แต่ลมปราณของผู้อื่นยังค