งโคจรอยู่ การวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายนี้เป็นความคิดที่ฉันคิดขึ้นมาเอง ตอนนี้ฉันต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนและดูว่าเธอควบคุมมันได้ยังไง”“คงมีวิธีการบางอย่าง…..”ดวงตาของมู่หว่างชิวกลอกไปมารอบ ๆ ในหัวคิดหาวิธีรับมืออย่างรวดเร็วคนธรรมดาคนนี้เป็นเสี้ยนหนามจริง ๆ!“ทําไมล่ะ เจ้าอยากจะสู้กับข้าหรือไง?”หลี่ฟ่านฟ่านกําลังพึมพําและตรวจสอบมู่หว่านชิวอยู่ “ถึงแม้ว่าฉันจะขี้เกียจเกินกว่าที่จะสู้กับเธอ แต่ถ้าได้สั่งสอนเธอ มันก็คุ้มค่าที่ฉันจะขยับตัว”“ข้าจะทําให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติความร้ายกาจของนิกายเหยียนลั่ว!”มู่หว่านชิวเป่าขลุ่ยอีกครั้งเสียงขลุ่ยที่ดังก้องออกไปทําให้โครงกระดูกปีนขึ้นมาจากพื้นดินทันทีโครงกระดูกเหล่านี้มีด้วยกันทั้งหมดสิบร่าง พวกมันเข้ามาล้อมหลี่ฟ่านฟ่านเอาไว้“นี่คือความทักษะพิเศษของนิกายเหยียนลั่วของเธอ”หลี่ฟ่านฟ่านมองโครงกระดูกรอบ ๆ และอดพูดเสียดสีออกมาไม่ได้ “ควบคุมซากศพ เป็นวิชาที่น่าขยะแขยงจริง ๆ”“น่าขยะแขยง?”มู่หว่างชิวยิ้มออกมา “คนอย่างเจ้าจะไปรู้วิธีชื่นชมงานศิลปะที่แท้จริงได้ยังไง นี่คือศิลปะ เจ้าไม่เข้าใจในศิลปะเอาเสียเลย!”“ฉันเข้าใจแค่ว่าน้องสาวคนนี้เป็นคนที่ชั่วบริสุทธิ์!”ในขณะที่หลี่ฟ่านฟ่านกําลังพูดอยู่นั้น โครงกระดูกทั้งสิบร่างก็พุ่งเข้ามาหาเธอ“ร่างพวกนี้ไม่มีความคิดแล้ว แต่เธอยังทําให้พวกเขาต้องมาแปดเปื้ อน!”มู่หว่านชิวกระตุ้นให้โครงกระดูกโจมตีด้วยเสียงขลุ่ยโครงกระดูกเหล่านี