ปพร้อมกันเธอปรบมือและกําลังจะคืนสติให้ศิษยานุศิษย์ของนิกายหลัวซาแต่ในขณะนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงฝาตั่วดังเข้ามาในป่า“พี่สาวฟ่านฟ่านอยู่ที่ไหน!”“ฉันอยู่นี่!”หลี่ฟ่านฟ่านตะโกนตอบกลับเสียงดังทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็บังเกิดสีสันละลานตา ศิษยานุศิษย์หลายคนท่องกระบี่และลงมาอยู่ข้าง ๆ เธอ“พี่สาวฟ่านฟ่าน เป็นอะไรหรือเปล่า!”ฝาตั่วไม่ได้ท่องกระบี่มาด้วย เธอวิ่งตรงเข้ามาทางป่าจากนั้นจึงจับแขนของหลี่ฟ่านฟ่านเอาไว้และบอกว่า “ฝาตั่วพาพวกพี่สาวโม่หลิงมาด้วย”“หลี่ฟ่านฟ่าน แล้วผู้หญิงคนที่ฝาตั่วบอกล่ะ?”เมื่อโม่หลิงเห็นโครงกระดูกบนพื้นเธอก็ขมวดคิ้วทันที “นิกายเหยียนลั่ว!”“ใช่ เธอเป็นคนของนิกายเหยียนลั่ว ฉันขับไล่เธอไปแล้ว”หลี่ฟ่านฟ่านพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ที่เหลือฉันยกให้เธอจัดการก็แล้วกัน ฉันจะไปตกปลาต่อ ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นชื่อมู่หว่านชิว เธอเป็นเลขานุการของนิกายและสามารถควบคุมลมปราณของผู้อื่นด้วยเสียงขลุ่ย”“มีวิชาแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ”โม่หลิงเหลือบมองไปยังศิษยานุศิษย์ที่นั่งอยู่บนพื้น“โอ้… เฮ้ น่ารําคาญจริง ๆ … ทะเลาะอะไรกัน ฉันนอนไม่หลับแล้ว….. น่าเบื่อเหลือเกิน ไม่มีเรี่ยวแรงจะทําอะไรเลยสักอย่าง…..”เขายื่นมือออกมาปิดหู แล้วทําหน้ารําคาญใจ“หวังเฉิง นายเป็นอะไรไป?”โม่หลิงประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทางของศิษยานุศิษย์คนนี้ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้ ศิษย์คนนี้เป็นคนขยันขันแข็งมาก เขามักจะทําสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเข้มงวด