าศที่เย็นยะเยือกเข้าไป “วิญญาณ… นี่ จะให้กันได้ยังไง… ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าฉันให้แกไปแล้วฉันจะไม่ตายหรือไง!”“หึ ๆ … เจ้าจะไม่ตายในทันที”นักบวชยิ้มออกมา “เจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสิบปี”“สิบปี…”เมื่อคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อได้เพียงสิบปี ซูเหยาก็เงียบสิบปีเป็นช่วงชีวิตที่สั้นเกินไปและไม่เพียงพอ“ฉัน ฉันไม่ต้องการ… เอ่อ…..”จิตใต้สำนึกของซูเหยาบอกให้เขาปฏิเสธแต่ชายในชุดนักบวชไม่ยอมปล่อยให้เขาไป เขาถามเสียงเบาว่า“แน่ใจเหรอ? เจ้าจะใช้ชีวิตอย่างอนาถาไปตลอดชีวิตเลยงั้นเหรอ?”“อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ยล่ะ…”ซูเหยาเอ่ยตอบ“หึ ๆ เจ้าดูนี่สิ…..”ชายในชุดนักบวชยื่นนิ้วไปสัมผัสศีรษะของซูเหยาทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นดอกไม้ในชั่วพริบตาตัวเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องน˺าโรงแรมสุดหรูอีกต่อไป แต่เขาสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ เดินไปตามถนนในลาสเวกัสผมของเขายุ่งเหยิงราวกับเล้าไก่ หนวดเครายาวเฟิ้ม อีกทั้งเนื้อตัวยังส่งกลิ่นเหม็นผู้คนที่ผ่านไปมารอบ ๆ หลีกทางให้เขาซูเหยารู้สึกหิวโหย เขาเห็นโรงแรมที่อยู่ริมถนนจึงเดินเข้าไปด้านใน“หยุด!”บริกรขวางทางเขาไว้ที่หน้าประตูและโยนเหรียญหนึ่งดอลลาร์ให้เขา “อย่ามาเดินไปเดินมาที่นี่ ไปขอทานที่อื่นไป”“แกว่ายังไงนะ!”ซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นทันที “ฉันคือซูเหยา นายน้อยของตระกูลซู! ฉันอยากกินอาหาร! ให้ฉันเข้าไปข้างในซะ!”“ขอทานนี้มันเสียสติไปแล้วหรือไง!”บริกรผลักเขาลงมาจากบันไดเขาล้มลงไปกับพื้นและรู้สึ