กลุ่มเพื่อนตัวน้อยของเธอ และมีเสี่ยวเจิ้งไท่ที่กำลังพยายามดึงมือของฉินอิงอยู่“ฉินอิง… ฉัน ฉันมีอมยิ้ม ฉันจะให้เธอกินถ้าเธอมาเป็นแฟนของฉัน”คำพูดของเสี่ยวเจิ้งไท่ทำให้ผู้ปกครองที่มารับเด็ก ๆ หัวเราะเด็กสมัยนี้น่าสนใจจริง ๆอย่างไรก็ตามเด็กในวัยนี้เข้าใจว่าความรักคือการเลียนแบบผู้ใหญ่นั่นนับเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความสนุกได้“ไม่มีทาง”ฉินอิงมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กทั่วไป เธอจึงปฏิเสธเสี่ยวเจิ้งไท่ไปอย่างเด็ดขาด “พวกเรายังเด็กเกินกว่าที่จะมีความรัก ถ้านายชอบฉัน นายก็รอไปอีกสักยี่สิบปีแล้วค่อยกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง แต่อมยิ้มอันนี้ไม่ต้องรอหรอก ฉันจะรับมันเอาไว้เอง”ฉินอิงกล่าวก่อนที่เธอจะยื่นมือออกไปหยิบอมยิ้ม แกะห่อและเอาเข้าไปในปาก“โอ้ เด็กคนนี้น่ารักมากเลย”มีผู้ปกครองบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาเพราะความน่ารักของโลลิน้อย“งั้นฉันจะรอเธอยี่สิบปี!”เสี่ยวเจิ้งไท่พูดด้วยความจริงจัง“โอ้ ต้องบอกนายอีกอย่าง”ฉินอิงจับมือเล็ก ๆ ของเสี่ยวเจิ้งไท่และพูดว่า “แม่เล็กของฉันบอกว่าลมปากของผู้ชายเชื่อถือไม่ได้ คำพูดของผู้ชายก็เหมือนน˺าที่ไหลลงบนพื้นและระเหยไปจนหมด”“ไม่ใช่นะ!”เสี่ยวเจิ้งไท่ตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดว่า “พ่อของฉันบอกฉันเอาไว้ว่า ลูกผู้ชายตัวจริงต้องรักษาคำพูด”“ลูกผู้ชายอะไรล่ะ นายยังเป็นเด็กอยู่เลย”ฉินอิงอดไม่ได้ที่จะดูถูกเสี่ยวเจิ้งไท่ “ปะป๊าของฉันสิ ถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย”“ฉันจะแข็งแก