ื่องดี ๆ ของฉัน!”หวังไห่ปินคิดในใจว่า สำนักของตนนั้นน่าเกรงขามมากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนตัวเล็ก ๆ อย่างคนคนนี้ต้องหวาดกลัวได้ แต่เขายังคงต้องถามถึงสำนักของอีกฝ่ายเพื่อคำนวณในใจดูก่อน“ของฉันเหรอ? เป็นแค่สำนักเล็ก ๆ ไม่เพียงพอที่จะพูดถึงหรอก”ฉินเฉากลัวว่าถ้าเขาตอบว่านิกายหลัวซาไป ชายคนนี้คงจะกลัวจนวิ่งหนีออกไปแทบไม่ทัน“เป็นถึงผู้ฝึกตนแต่กลับมาทำเรื่องแบบนี้กับมนุษย์ ไม่กลัวความพิโรธของพระเจ้าบ้างเลยหรือไง?”“นี่เป็นเรื่องของคู่รัก แล้วฉันจะโดนพระเจ้าพิโรธได้ยังไงล่ะ?”ร่างหยินเทวะของหวังไห่ปินยิ้มออกมา “เป็นเรื่องธรรมดาที่ฉันจะต้องรักคนสวยอยู่แล้ว อีกอย่างฉันก็แค่เล่น ๆ เท่านั้น ไม่ได้ไปฆ่าใครสักหน่อย แล้วจะไปโดนพระเจ้าลงโทษได้ยังไง”“เป็นวิธีที่ฉลาดดีนี่”ฉินเฉาเย้ยหยันออกมาและกล่าวต่อไปว่า “ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าคนที่ใช้วิธีแบบนี้จะเป็นศิษย์ของสำนักชั่วร้ายที่ไหน”“สำนักชั่วร้าย?”หวังไห่ปินกล่าวเยาะเย้ย “ถ้าฉันบอกชื่อสำนักไปน่ากลัวว่าจะทำให้แกต้องตกใจจนตาย สำนักที่ชั่วร้ายคงจะบอกว่าผู้ฝึกตนตัวเล็ก ๆอย่างแกช่างเหิมเกริม”“หืม? เป็นสำนักใหญ่งั้นเหรอ? ไหน ขอลองฟังหน่อยซิ”“แกอาจจะต้องนิ่งค้างเลยล่ะ หลังจากที่ได้ยินแล้วก็อย่ากลัวจนวิ่งหนีหายไปก็แล้วกัน”หวังไห่ปินกระแอมไออยู่สองครั้งก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า “สำนักของฉันคือพันธมิตรชิงหงในแปดสำนักยังไงล่ะ! เป็นไง กลัวล่ะสิ!”“พันธมิตรชิงหง?”ฉินเฉามองก่อนจะ