์ตะวันตก”ซูเฟยตามใจฉินอิง เธอพูดอย่างไม่ลังเล“ฮัลโหล เล่ยจื่อ มีเรื่องอะไรเหรอ?”ณ ตอนนี้ เสียงฉินเฉาคุยโทรศัทพ์ดังขึ้น เขาได้ข้ออ้างแล้ว “ที่บริษัทมีเรื่องนิดหน่อยงั้นเหรอ? โอเค เดี๋ยวฉันไป เราจะไปแก้ปัญหานี้ด้วยกัน”เมื่อวางสาย เขายักไหล่อย่างเสียดาย“คนสวย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่บริษัทเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อยฉันเลยไปกินข้าวกับเธอไม่ได้ในตอนนี้”“ไม่เกี่ยวน่า นายมีเรื่องยุ่งนี่นา”น้อยครั้งที่ซูจีใจกว้าง“โล่สีฟ้ามีปัญหาอะไรช่วงนี้กัน?”ซูเฟยนั้นความจำดีมาก แต่เธอจำไม่ได้ว่าช่วงนี้บริษัทโล่สีฟ้าจะมีปัญหาอะไร“ปะป๊า เจอกันใหม่ บ๊ายบาย”เสี่ยวอิงก็ยังรู้ว่าต้องเก็บเรื่องของปะป๊าไว้เป็นความลับ ดังนั้นเธอจึงโบกมือเล็กๆ ให้ฉินเฉา“บ๊ายบาย ลูกสาวแสนฉลาด”ฉินเฉาขยิบตาให้ลูกสาว “เดี๋ยวปะป๊าจะกลับมา”เมื่อพูดจบ ฉินเฉาก็เดินนำวิกนี่ลงบันได“จริงๆ แล้วการทางอาหารร่วมกันก็เป็นเรื่องสำคัญ”ซูเฟยมองแผ่นหลังของฉินเฉาที่หายลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว“นี่มันไม่ถูกต้อง ผู้หญิงที่เดินตามเขาไปคือใคร ฉันไม่เคยเห็นเธอเลย”“เธอเป็นบอดี้การ์ดของฉันเอง”ซูจีรีบเอ่ยขึ้น“นี่มัน…”ซูเฟยคิดว่ามีบางอย่างแปลกๆ เธอหันไปมองหลี่นาที่นอนหลับอยู่ข้างๆ“หลี่นาเรียนหนักมาก เธอเลยเผลอหลับไปตอนกินอาหาร”“โอ้ เป็นนักเรียนที่อุตสาหะเสียจริง พี่สาว เราปลุกเธอขึ้นมาเถอะ”“อืม…”ขณะที่ซูจีและซูเฟยกำลังยุ่งก