“ฉันว่านายกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ”ฉินเฉาสูบบุหรี่เข้าปอด จากนั้นก็พ่นออกมาเป็นวง แล้วพูดว่า “เหวินเหวินไม่ใช่สินค้า เธอเป็นคนมีชีวิต นายคิดกับเธอเหมือนว่าเธอเป็นสินค้าที่มีไว้ซื้อขาย นายไม่คิดว่านี่เสียมารยาทกับเธอหรอกเหรอ?”ฉินเฉาพูดจบก็บี้ก้นบุหรี่แล้วมองไปที่พ่อแม่ของฟางเหวินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วพูดต่อว่า “ในใจพวกคุณ คิดว่าฟางเหวินเป็นลูกสาวของพวกคุณจริงๆ หรือเปล่า? หรือว่าเห็นเธอเป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงที่จะยกให้ใครก็ได้?”“แกคิดจะสั่งสอนฉันอย่างงั้นเหรอเจ้าหนู?”ฟางไป่ชวนเชิดคางขึ้น พูดอย่างโมโหว่า “อย่างแกมีสิทธิ์ด้วยเหรอ?”“เป็นแค่ฟางกรุ๊ปเล็กๆ ทำราวกับว่าตนเป็นพ่อของจักรพรรดิ?”ฉินเฉาพูดอย่างเย็นชา“ปากดีนี่!”ซื่อเจิ้งคังหยิบสมุดเช็คออกมาจากอกเสื้อ พร้อมกับเขียนตัวเลข 1ล้านลงไป จากนั้นก็ฉีกมันออกมาแล้วตบลงที่โต๊ะตรงหน้าฉินเฉา “เก็บคำพูดของแกได้แล้ว ดูตัวเลขนี่ซะ หวังว่าแกคงจะพอใจ”ฉินเฉามองเลขศูนย์หกตัวบนกระดาษ แล้วยักไหล่ออกมา“เกิดเป็นคนอย่างโลภมากเกินไปนัก”ซื่อเจิ้งคังมีใบหน้าเย็นชา วางเช็คไว้แล้วชักมือกลับ“เงิน 1 ล้านนี้ ครอบครัวธรรมดาหาทั้งชีวิตก็ยังหาไม่ได้”“ฉันรู้ว่านี่ไม่อาจเทียบกับเงินที่นายหาได้ใน 1 เดือน”ฉินเฉายิ้ม “แต่ว่านี่เกี่ยวอะไรกัน แม้ว่าเงินเดือนฉันจะแค่ 4,000แต่ว่าฉันก็มีความสุข ไม่ว่าจะอาหาร เสื้อผ้า หรือการใช้ชีวิต คนคนหนึ่งไม่ได้ต้องการเงินมากขนาดนั้น ดูอย่างอา