“ทุกวัน…..”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของฉินเฉา ส้อมในมือซื่อเจิ้งคังก็พลันตกลงบนจานบะหมี่เผ็ด หรือว่าเจ้าหมอนี่จะรู้จักแต่บะหมี่เผ็ด?“ท่านคะ สเต๊กเนื้อและอาหารแนะนำที่สั่งได้แล้วค่ะ”ในตอนนี้เอง เด็กเสิร์ฟสองคนก็ได้เดินเข้ามาทำลายบรรยากาศอึดอัดไปคนหนึ่งวางจานสเต๊กเนื้อให้กับซื่อเจิ้งคัง ขณะอีกคนวางบะหมี่เผ็ดสองชามที่ซื้อมาจากข้างนอกตรงหน้าฉินเฉาและฟางเหวินอย่างเคารพ“บะหมี่เผ็ดสองชามได้แล้วค่ะ เชิญรับประทานได้”“เดี๋ยวก่อน!”เด็กเสิร์ฟเพิ่งจะเดินออกไปก็พลันถูกฉินเฉาร้องเรียกไว้ ทำให้เด็กเสิร์ฟคนนั้นตกใจ“คุณ คุณมีอะไรคะ?”“ขอไข่หมักเพิ่มสองที่ แล้วก็เอาเหล้ามาเร็วๆ หน่อย คอฉันแห้งเพราะสูบบุหรี่”“ค่ะ รอสักครู่…..”เด็กเสิร์ฟจะไปกล้าพูดว่าไม่กับบอสใหญ่ได้ยังไงในห้องแห่งนี้พลันเต็มไปด้วยกลิ่นของบะหมี่เผ็ดทันทีฉินเฉาสูดจมูกดมกลิ่นของบะหมี่เผ็ดแล้วอดพูดออกมาไม่ได้“ไม่รู้ว่าพวกเขาไปหาซื้อมาจากไหน แต่ว่ากลิ่นหอมจริงๆ พี่ใหญ่คุณดมดูสิ กลิ่นหอมใช่มั้ย มาลองสักคำ”“ไม่ ฉันไม่กิน”ซื่อเจิ้งคังรีบโบกมือทันที เขาไม่สามารถลดตัวลงไปได้บะหมี่เผ็ด ของสิ่งนี้เป็นของที่พวกชั้นต˹ากิน!“น่าเสียดายจัง มา เมียจ๋า ฉันยกไข่เผ็ดให้เธอ”ฉินเฉาตักไข่เผ็ดพร้อมยิ้มให้กับฟางเหวินซื่อเจิ้งคังในที่สุดก็ทนไม่ไหว เปิดปากพูดขึ้นว่า “คุณฉิน คุณและเหวินเหวินยังไม่แต่งงานกัน ไม่อาจเรียกเมียง่ายๆ มันจะทำให้คนเข้าใจผิด”ในใจเขาพูดว่า โคตรแม