ทันทีที่จ้าวหนิงและรัชทายาทต๋าต้านเหยียบย่างกลับสู่ราชสำนักต๋าต้าน ท่าทีโอหังจองหองของข่านต๋าต้านก็พลิกผันราวพลิกฝ่ามือ แปรเปลี่ยนเป็นนอบน้อมยำเกรงจนถึงขีดสุด
ทุกสิ่งเป็นไปตามคำกล่าวของรัชทายาทต๋าต้าน ข่านต๋าต้านเร่งส่งบัญชาระดมพลทันควัน ท่ามกลางวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวาน ม้าเร็วที่ถูกส่งไปกระจายข่าวตามเผ่าย่อยล้วนเป็นถึงยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดทั้งสิ้น
ราชสำนักต๋าต้านมีทัพประจำการอยู่หกหมื่นนาย จากคำบอกเล่าของรัชทายาทต๋าต้าน จ้าวหนิงล่วงรู้ว่าในยามฉุกเฉิน ภายในสิบห้าวัน จะมีไพร่พลนับแสนจากแต่ละเผ่าย่อยเคลื่อนทัพมากระจุกตัว ณ ราชสำนัก
ขุมกำลังเหล่านี้ย่อมรวมถึงทัพของหุนเสียหวัง ‘ปาถู’ ซึ่งนับเป็นกำลังรบหลักของเผ่าต๋าต้าน
นอกเหนือจากนี้ ไพร่พลที่ระดมจากเผ่าย่อยขนาดกลางและเล็กก็มีจำนวนมิใช่น้อย กะคร่าวๆ ราวแสนนาย ทว่าเผ่าเหล่านั้นกระจัดกระจายอยู่ห่างไกล การรวมพลจึงกินเวลาเนิ่นนาน
คล้อยหลังการถ่ายทอดบัญชาระดมพล ข่านต๋าต้านก็มิได้รั้งรอ สั่งการให้ระดมขนทรัพย์สินมหาศาลออกมา เพื่อชดเชยแก่ทหารกล้าหนึ่งพันนายของจ้าวหนิงที่สังเวยชีวิต
หีบสมบัติอัดแน่นถูกสุมกองพะเนินดุจขุนเขาย่อมๆ ภายในมิได้มีเพียงแก้วแหว