ขุมกำลังที่จ้าวเลี่ยนำมา ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณนับพันนายที่จ้าวหนิงลอบซุ่มฝึกฝนในเมืองเยี่ยนผิงนานนับครึ่งปี
ทว่าเกณฑ์ ‘ระดับคุมปราณ’ เป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำ นายทหารระดับผู้บังคับกองขึ้นไปล้วนเป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิด โดยมีขุมกำลังหลักเป็นคนของตระกูลจ้าว
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จ้าวเลี่ยบำเพ็ญ ‘เคล็ดวิชาชิงยวิน’ ฉบับปรับปรุงจนทะลวงสู่ระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลาย หลังจ้าวหนิงหารือกับจ้าวเสวียนจี จึงมอบหมายให้เขากุมบังเหียนทัพผู้บำเพ็ญเพียรนับพันที่ติดอาวุธหน้าไม้ผลึกม่วงกลุ่มนี้
ในฐานะไพ่ตายก้นหีบ กองกำลังของจ้าวเลี่ยย่อมไม่ปรากฏตัวเอิกเกริก ณ ด่านเยี่ยนเหมินกวน พวกเขาเร้นกายมุ่งหน้าขึ้นเหนือทะลวงออกนอกด่าน อาศัยการประสานงานของฟ่านอี้และซูเยี่ยชิงตามหมากที่จ้าวหนิงวางไว้ ไปกบดานซ่อนเร้นในหุบเขาเร้นลับไม่ไกลจากอาณาเขตเผ่าเสี่ยวเยี่ย
แหล่งกบดานนี้เดิมทีเป็นซ่องโจรภูเขา หลังบดขยี้พวกมันจนแตกพ่ายและริบเสบียงพร้อมจับกุมเชลยที่รอดชีวิต ทัพของจ้าวเลี่ยก็อิ่มหนำสำราญไร้ข้อกังวลเรื่องเสบียงกรัง
ยามจ้าวหนิงนำขบวนเคลื่อนออกจากราชสำนักต๋าต้าน เขาได้สั่งให้หยางเจียนีล่วงหน้าไปก่อน