น ฉันก็วางใจ”หู่ชิงยิ้มให้ฉินเฉา จากนั้นก็พาคนของนิกายอู๋จี๋ ซิ่วหลัว ฮวงจี๋ ไปนั่งที่ที่เตรียมไว้“อามิตตาพุทธ”ในตอนนี้เอง ที่ที่นั่งของวัดเป่าไต้เขาซงซาน หลวงจีนที่มีภาพลักษณ์น่าเลื่อมใสก็พลันเปิดปากพูด “ไม่รู้เลยว่าประมุขฉินจะมีพลังขนาดไหน ถึงได้กล้าพูดจาใหญ่โตอย่างนั้น”“ไต้ซือชิฝ่า ไม่เจอกันนาน”ฉินเฉามองไปทางหลวงจีนเฒ่าด้วยสายตาราบเรียบ แล้วพูดว่า“ในเมื่อฉันกล้าเปิดนิกาย แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไต้ซือชิฝ่า ถ้าท่านไม่ยอมรับ ทำไมไม่ลองมาประลองกันสักท่าสองท่าดูล่ะ?”ไต้ซือชิฝ่าลังเลเล็กน้อยเขาไม่ได้อยากประลอง เพียงแต่ทนไม่ได้ที่เห็นท่าทางอวดดีของฉินเฉาดูจากกลิ่นอายที่ปล่อยออกมา ฉินเฉามีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ขั้นความสามารถเทวะเล็กๆ เท่านั้นแต่ไต้ซือชิฝ่าไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าฝั่งตรงข้ามต้องมีวิชาอะไรสักอย่างที่ช่วยปกปิดพลังที่แท้จริงไว้ดังนั้น มันจึงเป็นกับดักในตอนนี้เอง หลวงจีนที่ดูท่าทางจะมีฐานะสูงมากได้เอ่ยปากขึ้น“ศิษย์น้อง ในเมื่อมานี่ ก็ปล่อยวางจิตมารของเจ้าลงเถอะ”คำพูดของหลวงจีนรูปนี้ เต็มไปด้วยพลังพุทธะที่อบอุ่น สาดกระจายไปทั่วทั้งทะเลสาบแห่งนี้ฉินเฉาแอบตกใจ หลวงจีนรูปนี้ แน่นอนว่าต้องมีพลังเหนือกว่าขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ด“พวกเราวัดเป่าไต้เขาซงซาน ฝึกฝนแนวทางพุทธ ต้องมีจิตใจดีถ้าเจ้าปล่อยให้จิตมารครอบงำ เจ้าก็ถือว่าเป็นคนชั่วร้าย แม้ว่าประมุขฉินจะมีกลิ่นอายปีศาจ แต่อาตมา