“ชิงซิ่วซือไท่ ตัวข้าเลื่อมใสที่ท่านเป็นคนตรงๆ แต่ว่าครั้งนี้ ข้าว่าท่านทำไม่ถูกอย่างมาก”“ประมุขฉิน!”ชิงซิ่วซือไท่ขมวดคิ้ว มองไปที่ฉินเฉาด้วยท่าทางไม่พอใจ “ทำไมการที่ข้าจัดการกับศิษย์ของตน ซึ่งเป็นเรื่องในสำนัก เจ้าเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมายุ่งด้วย?”ฉินเฉาประสานมือไว้ตรงหน้าอก แล้วพูดว่า “เอาล่ะ ชิงซิ่วซือไท่ตัวข้าขอถามท่านคำหนึ่ง ที่ท่านบอกว่าข้าหลอกหยวนเมิ่งเซียนจื่อให้ขโมยค่ายกลกระบี่หยางเทวะ ท่านมีหลักฐานหรือไม่?”“หลักฐานเหรอ… ไม่มี” ชิงซิ่วซือไท่เหมือนถูกบีบ แต่ก็พูดต่ออย่างรวดเร็วว่า “แต่ค่ายกลกระบี่ที่เจ้าแสดงออกมาเมื่ออยู่ในสำนักเทพยุทธ์วันนั้นคล้ายกับค่ายกลกระบี่หยางเทวะของข้า เรื่องนี้เป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย”“โอ้!”เมื่อฉินเฉาได้ยินอย่างนี้ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ชิงซิ่วซือไท่ความคิดของท่านคราวนี้ช่างเหลวไหลจริงๆ วิชาในโลกฝึกตนเหมือนกันแล้วทำไม! ค่ายกลกระบี่นี้ ส่วนมากล้วนแต่เหมือนกันหมดนอกจากนี้ ทั่วทั้งโลกฝึกตนล้วนแต่เห็นด้วย คำพูดของท่านที่บอกว่าเป็นค่ายกลกระบี่หยางเทวะของท่าน ไม่ใช่ว่าน่าขันไปหน่อยเหรอ?”“เจ้าเด็กแซ่ฉิน เจ้ากล้าพูดว่าข้าพูดจาเหลวไหลอย่างงั้นเหรอ?”ชิงซิ่วขบฟันสีเงินของเธอ พร้อมกับถลึงตาใส่ฉินเฉาถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์พี่เจ้าสำนักห้ามไว้ล่ะก็ กลัวว่าเธอคงจะชักกระบี่เข้าใส่ฉินเฉาแล้วหยวนเมิ่งแอบส่งสายตาให้พี่ใหญ่ฉินของตน เป็นความหมายว่าอย่าพูดอย่างนั้นกับอาจารย์ขอ