ฉินเฉาเก็บมือถือจากนั้นก็ถอนหายใจ“พี่ใหญ่ฉิน เป็นอะไรเหรอ?”หยวนเมิ่งที่อยู่ใกล้ๆ เห็นท่าทางของฉินเฉา ก็อดถามออกมาไม่ได้“ไม่มีอะไร เรารีบไปต่อกันเถอะ”ฉินเฉาไม่อยากเอาปัญหาของเขาไปทำให้หยวนเมิ่งต้องเป็นกังวลดูเหมือนว่าเขาจะต้องพัฒนานิกายหลัวซาซะแล้วเมื่อมีอิทธิพลเพียงพอ เขาก็จะสามารถต่อต้านคริสตจักรโรมันได้“พี่ใหญ่ฉิน อีกประมาณห้าร้อยเมตรก็จะถึงง๊อไบ๊ของเราแล้ว”หยวนเมิ่งเห็นว่าพี่ใหญ่ฉินของเธอไม่อยากจะพูด เธอก็ไม่ถามเปลี่ยนเรื่องคุยไปทั้งสองคนเดินไปตามทางในหุบเขาลึก สองฟากทางเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน นี่ทำให้ผู้คนต้องร้องออกมาด้วยความประหลาดใจหิมะที่ขาวบริสุทธิ์และงดงามขนาดนี้ ในเมืองหายากมากฉินเฉามองตามมือของหยวนเมิ่งไป ที่ห่างไปนั้นยังคงเต็มไปด้วยหิมะ พร้อมกับต้นไม้อีกหลายต้น ไม่มีที่อยู่อาศัยอยู่เลย“ง๊อไบ๊ไม่ใช่ที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเหรอ? เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เปลี่ยวอย่างนี้?”“ค่ายกลลวงตาน่ะ”หยวนเมิ่งพูดด้วยรอยยิ้ม “ตั้งแต่ทางแยกเมื่อกี้ ข้าก็พาพี่ใหญ่ฉินเดินมาทางค่ายกลลวงตาของสำนักเรา แต่ละสำนักต่างก็มีค่ายกลลวงตาของตน ที่ลึกลับที่สุดเป็นของคุนหลุน นอกจากศิษย์ของสำนักแล้วคนอื่นไม่มีทางหาทางเข้าที่แท้จริงเจอ แต่ค่ายกลลวงตาของสำนักเทพยุทธ์ทำลายง่ายที่สุด เพราะว่าสำนักเทพยุทธ์รู้ดีว่าเป็นสำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า ไม่มีใครต้านทานพวกเขาได้”“ฉันรู้ตั้งแต่ที่ไปเมื่อครานั้นแล้วล่ะ ค่ายก