ฉินเฉาแนะนำให้บินไป แต่หยวนเมิ่งกลับปฏิเสธเธอบอกกับฉินเฉาว่า นี่เป็นธรรมเนียม เมื่อถูกทำโทษ ก็ต้องค่อยๆเดินทางกลับสำนัก ไม่อย่างนั้น จะถือว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง!ฉินเฉาพลันเข้าใจ ในเมื่อหยวนเมิ่งบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ทั้งสองคนเดินลงจากเขาด้วยเท้า แม้ฉินเฉาแนะนำว่าให้ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนเขาไป แต่หยวนเมิ่งก็ยังคงปฏิเสธการเดินเท้าเพื่อแสดงความเคารพนี้….. เหมือนกับพระถังกำลังเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีปอย่างไงอย่างงั้นโชคดีที่ทั้งสองคนเป็นผู้ฝึกตน เดินอย่างนี้ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกหิวกระหาย หรือว่าเหนื่อยกลับกัน ทางสายนี้กลับเต็มไปด้วยความสุขสดชื่น ทำให้ความรู้สึกเล็กๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นการเดินคุยกันไปตลอดทางนี้ ทำให้หยวนเมิ่งคิดกับตัวเองว่าพี่ใหญ่ฉินนี้ ไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายถ้าเขาเป็นคนชั่วร้าย ในโรงเรียนกวงหยวน เขาคงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝ่ายธรรมะจากน˺ามือนิกายเหยียนลั่วหรอกจริงมั้ย? แล้วยิ่งเรื่องขโมยวิชาค่ายกลกระบี่หยางเทวะยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ทั้งสองคนขณะที่เดินก็คุยกันไปด้วย ไม่นานก็เดินออกจากเขตภูเขา เข้าสู่หมู่บ้านชนบทที่มีชีวิตชีวามองเห็นรถยนต์ที่วิ่งไปมา รวมกับฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ หยวนเมิ่งที่เป็นผู้ฝึกตนเกิดรู้สึกกลัวขึ้น เธอจับชายเสื้อฉินเฉาไว้เบาๆ พร้อมกับเดินตามเขา“ศิษย์น้องหยวนเมิ่งเป็นอะไรเหรอ?”“ทะ ทำไมคนพวกนี้ถึงมองมาที่ข้า…”หยวนเมิ่งชี้