ถานไห่พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เขาโบกมือแล้วพูดขึ้นว่า “เป็นคนตรงๆ และเปิดเผย นี่เป็นสิ่งที่ผู้คนในตอนนี้หลายคนขาดไป”ในใจฉินเฉาคิดขึ้น หรือถานไห่และไท่ชิงเจินเหรินจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน? ไม่อย่างนั้น สองคนนี้ทำไมถึงได้ชอบชมฉันนัก?ยังไงก็ตาม คำชมนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนจะไม่ชอบฟัง เมื่อคำพูดของถานไห่จบลง ฉินเฉาก็เอามือถูจมูกอย่างเขินๆ แล้วพูดว่า “ผมไม่ได้ดีอย่างที่คุณพูด เมื่อกี้นี้ก็ออกจะใจร้อนเกินไป แทบจะทำลายสำนักของคุณ น่าอายจริงๆ”“ประมุขฉินควรจะคิดให้รอบคอบกว่านี้ สำนักเทพยุทธ์แห่งนี้มีรากฐานมายาวนาน ต่อให้ข้าไม่แสดงตนออกมา เหล่าเฒ่าเจ้าเล่ห์ในศาลากระบี่ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าทำลายที่นี่อยู่ดี”คำพูดของถานไห่มีสองความหมายความหมายแรกเป็นการบอกให้ฉินเฉาวางใจ ส่วนอีกความหมายคือการเตือนเขา สำนักเทพยุทธ์ไม่ใช่ที่ที่จะมาก่อความวุ่นวายได้ง่ายๆที่จริงต่อให้ไม่ต้องให้เขาพูด ฉินเฉาก็เข้าใจดี แค่กลุ่มตาเฒ่าในขั้นประกายแสงที่ควบคุมศาลากระบี่อยู่ในตอนนี้ ก็เพียงพอที่จะจัดการฉินเฉาได้แล้วแล้วก็ เมื่อคิดถึงตัวตนระดับเซียนของสำนักเทพยุทธ์ ที่แห่งนี้ยังต้องซ่อนอาวุธครึ่งเซียนไว้สองชิ้นคนพวกนี้ ไม่ใช่คนที่ฉินเฉาจะไปตอแยได้ เพราะว่าเขายังไม่สามารถขึ้นไปถึงขั้นกายทองคำได้“อาจารย์ ท่านต้องทวงความเป็นธรรมให้กับข้า!”โม่เทียนหยาที่หลุดออกมาจากค่ายกลกระบี่ได้ จ้องมาที่ฉินเฉาอย่างกราดเกรี้ยว แล้วพูดว่า “คนคนนี้ขโม