สัญชาตญาณของจ้าวหนิงมิได้หลอกลวง แววตาที่หยางเจียนีใช้พิจารณาเขาเริ่มแฝงรังสีอันตรายขึ้นทุกขณะ เขารู้สึกประหนึ่งตนเองเป็นเนื้อชิ้นโตบนเขียงที่อีกฝ่ายกำลังเล็งว่าจะลงมีดตรงจุดใด
ยามพบหน้ากันเมื่อปีก่อน พวกเขาคนหนึ่งอยู่ระดับคุมปราณขั้นกลาง อีกคนอยู่ขั้นปลาย หยางเจียนียังรั้งรอไม่กล้าลงมือ มาบัดนี้พบกันอีกครา ระดับพลังของทั้งสองก็ยังห่างกันอยู่หนึ่งขั้นย่อยเช่นเดิม
นัยน์ตาหยางเจียนีวาวโรจน์ กระหายศึกเต็มสิบส่วน ต่อให้จ้าวหนิงจิตใจหนักแน่นดุจขุนเขาไท่ซานถล่มเบื้องหน้าสีหน้ามิเปลี่ยน ทว่ายามนี้ก็ยังอดลอบชำเลืองซ้ายขวามิได้
สู้มิได้ย่อมคือสู้มิได้ หากเป็นยามปกติเขาใช่ว่าจะเกรงกลัวผู้ใด ทว่าหากต้องมาสิ้นท่าต่อหน้าทหารองครักษ์ย่อมเป็นเรื่องยากจะทำใจรับ ยิ่งหากเรื่องที่เขาพ่ายแพ้หมดรูปใต้เงื้อมมือสตรีแพร่งพรายออกไป ภายภาคหน้าเขาจะเอาหน้าไปบัญชาการทัพได้อย่างไร
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น คงเลือกเฟ้นวันเวลาเหมาะสมค่อยเปิดศึกกับจ้าวหนิง ทว่าอุปนิสัยของหยางเจียนีกลับมุทะลุดุดัน หากอารมณ์พาไปเมื่อใด ก็พร้อมตวัดดาบม่อเตาพุ่งทะยานเข้ามาบั่นคอเขาได้ทุกเมื่อ
วีรกรรมควบม้าบุกเดี่ยว ลอบเร้นเข้าสู่รังโจ