าหรือเปล่า?”“ปีใหม่อย่างนี้ ไม่ควรยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด”ป้าโบกมือพร้อมเหลือบมองลุง ทั้งสองคนพากันเงียบ“ทำไม?”“เสี่ยวโชว มาช่วยแม่เก็บพริกหน่อย!”ในตอนนี้เอง แม่ของฉินเฉาได้ตะโกนเรียกเขา“ครับ ไปแล้ว!”ฉินเฉารีบวิ่งไป ช่วยแม่ของเขาเก็บพริกที่ตากอยู่บนกำแพงขณะเดียวกัน แม่ก็ผลักลูกชายของเธอ“อย่าถามเรื่องนี้กับป้าของแกอีก มันจะทำให้ป้าแกไม่สบายใจ”“ทำไมล่ะแม่?”ฉินเฉาถามอย่างอยากรู้“ไม่ใช่เพราะเสี่ยวมินหรอกเหรอ” แม่ของฉินเฉากระซิบบอก“เสี่ยวมินสอบเข้ามหาลัยในเมืองหลวงได้ หัวหน้ามหาลัยอะไรสักอย่างนี่แหละ บอกว่าเธอมีพรสวรรค์ด้านวาดภาพ เลยอยากจะให้เสี่ยวมินไปเรียนฝรั่งเศส”“ก็เรื่องดีนี่แม่!” ฉินเฉาพูด“เรื่องดีน่ะใช่ แต่ว่ายังไงก็ต้องใช้เงิน!”แม่ของฉินเฉาส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ “ ถ้าพูดถึงเสี่ยวมิน เด็กคนนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก เรียนเก่งจนข้ามชั้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวไปได้เยอะ ท้ายที่สุดยังสอบชิงทุนเข้ามหาลัยได้แต่ถ้าจะไปเรียนต่อฝรั่งเศส ค่าเล่าเรียนต้องจ่ายเอง”“เงินเท่าไหร่ ทำไมป้าถึงได้กังวลอย่างนั้น”“100,000 นึง! ต่อปี!”แม่ของฉินเฉาพูดต่อ “ต้องไปเรียนทั้งหมดสองปี เมื่อรวมค่ากินอยู่แล้ว ประมาณสามแสนแกมีเงินพอให้ป้าแกยืมรึเปล่า ลุงใหญ่กับพี่ชายของแกสองคนเป็นแค่พนักงานธรรมดา เดือนหนึ่งรวมกันแล้วหาเงินได้แค่สองพัน แม้ว่าลุงรองของแกจะพิเศษ แต่สามแสนนี้ เขาก็ให้ไม่ได้ ต่อให้อยากให้ล