ลี่ยนหัวข้อ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรคุยเรื่องงานเหรอ? เขาไม่เข้าใจอย่างแน่นอนไม่นาน ซูเฟยก็นั่งสัปหงก“บอสซู คุณพักก่อนเถอะ อีกนานกว่าจะถึง”“ฉันไม่พัก นั่งอย่างนี้ก็พอแล้ว”ซูเฟยยิ้ม จากนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟวิ่งมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว ระหว่างทางมีผู้โดยสารลงไปบ้าง ที่นั่งข้างซูเฟย ที่จริงมีหญิงสาวนั่งอยู่คนหนึ่ง แต่ตอนนี้ว่างแล้ว“มานั่งสิ”ซูเฟยบอกให้ฉินเฉามานั่งข้างเธอ“อ่า? ไม่ดีหรอก ถ้ามีคนมา เขาจะหาที่นั่งไม่เจอเอา”“ให้เขานั่งที่ของนายก็ได้ ที่นั่งของนายติดหน้าต่าง บางทีเขาอาจจะเต็มใจแลกที่กับนายก็ได้”ซูเฟยพูด “ถ้าเกิดคนที่มาใหม่เป็นผู้ชาย ฉันไม่ต้องการให้เขามานั่งข้างฉัน”ปัญหาเรื่องความเย็นชาของซูเฟย ดูท่าจะแก้ไม่หาย“ก็ได้”ฉินเฉาลุกขึ้น จะเข้าไปนั่ง แต่ในตอนนี้เอง ได้มีชายในชุดแจ็กเกตหนัง เข้ามานั่งข้างซูเฟย“ไม่มีคนนั่ง งั้นฉันนั่งก่อนล่ะ”“คุณครับ ถ้าอยากจะนั่ง นั่งที่ของผมได้”ฉินเฉาชี้ไปที่ฝั่งของเขาที่ว่างอยู่ พร้อมกับพูดอย่างสุภาพ“แม่ง เจ้าบัดซบนี่ บิดาจะนั่งตรงไหนเกี่ยวอะไรกับแก ไสหัวไปซะ!”ชายคนนั้นสบถออกมาอย่างหยาบคาย ด้วยท่าทางราวกับนักเลง“คุณครับ พูดเบาๆ หน่อย ขณะที่ผมกำลังอารมณ์ดี คุณรีบไสหัวออกไปให้เร็วจะดีกว่านะ”ฉินเฉาไม่อยากทำให้ซูจีตื่น ดังนั้น จึงได้ข่มความโกรธไว้“ไสหัวไปซะ ไอ้เชี่ย!” ชายกักขฬะไม่สนใจฉินเฉา เขาเบียดตัวเข้าใส่ซูเฟย ทำให้ซูเฟยต้องขมวดคิ้ว