ทิ…”หัวหน้าคนนี้ทำราวกับเป็นงานการกุศล ทั้งน่าเบื่อและพูดนาน ฉินเฉาที่พิงรั้วบนเรือ ถึงกับหาวออกมา“หัวกะทิในหมู่หัวกะทิ ทำไมเขาไม่พูดว่าต่อสู้สมกับเป็นหัวกะทิกัน”คำนี้ ทำให้อ้ายเสี่ยวเสวี่ยถึงกับยิ้มออกมา เฟิงเสี่ยวรั่วที่ได้ฟังก็ถลึงตาใส่ฉินเฉา ส่วนชีนั้นไม่พูดอะไร เพราะว่าใส่หน้ากาก ทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอแสดงสีหน้ายังไงเสียงที่ฉินเฉาพูดนั้นเบามาก ทำให้หลี่เต๋อหวังที่พูดเสียงดังอยู่นั้นไม่ได้ยิน เขาเห็นอ้ายเสี่ยวเสวี่ยยิ้ม แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นเพราะคำพูดของตัวเอง เลยถามขึ้น“เจ้าหน้าที่อ้ายเหนื่อยหน่อยนะ สุดท้ายก็ต้องเข้าร่วมการต่อสู้ที่นี่ผมขอเป็นตัวแทนของทุกคน แสดงความขอบคุณคุณ”หลังจากพูดจบ เขาก็เดินมาจับมือกับอ้ายเสี่ยวเสวี่ย“ก็เพิ่มเงินให้สิ…” ฉินเฉาเบ้ปากอ้ายเสี่ยวเสวี่ยไม่ได้หัวกลวงอย่างฉินเฉา เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรทำ ตอนนี้ ตัวแทนพิเศษของสาขาที่ 7 ก็มาแล้ว ฉันก็ควรส่งหน้าที่ดูแลของให้กับเธอ”หลังจากพูดจบ เธอก็ยื่นกล่องเหล็กออกมา พร้อมกับกดอะไรบางอย่าง จากนั้นก็กดปุ่มบนแขน เปิดให้ทุกคนดูฉินเฉามองด้วยความอยากจะรู้ว่าสมบัติระดับประเทศชิ้นนี้คืออะไรเป็นตราประทับมังกรที่ส่งกลิ่นอายโบราณออกมาของในตำนานชิ้นนี้ทำมาจากหยก ไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอมสูญหายไปหลายพันปี และในที่สุด ประเทศก็ได้มันกลับคืนมา ดูเหมือนว่าต้องสูญเสียเรี่ยวแรงไปมากมายขณะเดียวกัน สายตาที่เฉียบค