จ้าวซวิ่นเพิ่งกลับจากการคารวะศาลจิ้งเปียนก้าวเข้ามาพอดี เขายกมือประสานคารวะจ้าวเป่ยวั่งและหวังโหรวฮวา
ศาลจิ้งเปียนหาใช่วัดวาอาราม ภพภูมินี้ไร้ซึ่งพุทธหรือเต๋า คำว่า ‘ศาล’ ย่อมหมายถึงหน่วยงานราชการเฉพาะทาง เทียบเท่าศาลต้าหลี่ ศาลหงหลู ศาลไท่ฉาง หรือศาลกวงลู่
ศาลจิ้งเปียนแห่งเยี่ยนเหมินกวนสถาปนาขึ้นแต่ยุคจ้านกั๋ว เพื่อจารึกเกียรติภูมิของยอดแม่ทัพหลี่มู่ผู้บดขยี้ซยงหนูพิทักษ์ทวยราษฎร์ ตัวศาลตั้งตระหง่านบนเนินเขาดินข้างด่าน ภูมิประเทศสูงชันโอ่อ่าเปี่ยมด้วยกลิ่นอายบรรพชน
อดีตจ้าวซวิ่นเคยกรำศึกในกองทัพเยี่ยนเหมิน ย่อมคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ การหวนคืนถิ่นเก่าย่อมปลุกเร้าความทรงจำ การแวะเยือนศาลจิ้งเปียนจึงเป็นเรื่องสมควร
หวังโหรวฮวาผู้เพิ่งแผ่รังสีอำมหิตใส่สามีพลันรั้งมือกลับ ชั่วพริบตานางกลับมายืนสำรวม ท่วงท่าแปรเปลี่ยนเป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้อ่อนช้อยงดงาม ริมฝีปากแย้มยิ้มละมุนละไม ย่อตัวคารวะตอบจ้าวซวิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะจ้าวเป่ยวั่งประสานเสียงหัวเราะทักทายน้องชาย หวังโหรวฮวาพลันก้าวเข้ามาลูบศีรษะจ้าวหนิง นัยน์ตาทอประกายปีติและรักใคร่ทะนุถนอม
“ลูกแม่เติบใหญ่เป็นบุรุษแล้ว สูงกว่าแม่เสียอีก ขอ