จันทร์กระจ่างสาดแสงเหนือทะเลดาวระยิบระยับ เทือกเขาสูงชันปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวชอุ่มคลี่ห่มม่านหมอกเงียบสงบ แฝงเร้นกลิ่นอายลึกลับ
วายุราตรีพัดปลายกิ่งไม้พลิ้วไหวระลอกคลื่น ทะเลไพรทิวสนงดงามดั่งบทกวี ทว่าเสียงสัตว์ป่าที่นานคราวจะหอนแว่วจากห้วงลึกไร้นาม กลับเป็นเครื่องตอกย้ำว่า ท่ามกลางหมื่นขุนเขาชายแดนแห่งนี้ ซุกซ่อนภยันตรายไว้สุดหยั่งถึง
ยามพญาหมาป่าร่างกำยำชูคอเห่าหอนรับแสงจันทร์บนโขดหินยอดเขา ความเงียบงันพลันแหลกสลายด้วยเสียงแหวกอากาศดุดันเร่งร้อน
เงาร่างสายแล้วสายเล่าพุ่งทะยานตัดสันเขา ท่วงท่ากระโจนข้ามสิ่งกีดขวางฉับไว ชายเสื้อกรีดสายลมเสียงดังขวับ รวดเร็วดุจลูกศรหลุดจากแล่ง
ความเร็วปานผีพุ่งไต้ ต่อให้พยัคฆ์ร้ายหรือเสือดาวก็ไม่อาจไล่กวด ท่วงท่าปราดเปรียวเหินข้ามขุนเขาดั่งวิ่งบนลานราบ ล้วนเป็นประจักษ์พยานว่าพวกมันคือผู้บำเพ็ญเพียร ซ้ำยังอยู่ระดับคุมปราณกันถ้วนหน้า
เป้าหมายของพวกมันคือทิศอุดร
เบื้องหลังห่างออกไปไม่ไกล บริเวณทางโค้งไหล่เขา พลันปรากฏแสงไฟจุดหนึ่งพุ่งพรวด ตามติดด้วยจุดที่สองและสาม ชั่วพริบตา… อสรพิษเพลิงก็เลื้อยปราดแหวกความมืด
อสรพิษเพลิงแยกเขี้ยวไล่กวดคนสิบกว่าชีวิตแต่ไกล ทว่าประเมิน