กาลเวลาลื่นไหลรวดเร็วปานสายน้ำ พริบตาเดียวก็ย่างเข้าสู่เดือนห้า
จ้าวหนิงขลุกอยู่กับจางเหวินเจิงในโรงผลิตศาสตราปราณถึงครึ่งค่อนวัน เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะสร้างเกาทัณฑ์อักขระผลึกม่วงเสร็จสิ้นตามกำหนด จึงหวนกลับเรือนพักเพื่อปิดด่านบำเพ็ญเพียร
สิ้นตระกูลผัง จางเหวินเจิงผู้ได้ชำระหนี้แค้นสะท้านฟ้าก็สละตำแหน่งในกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง ทุ่มเทเลือดเนื้อและจิตวิญญาณทั้งหมดให้แก่โรงผลิตศาสตราปราณ
ยามนี้ เขาปวารณาตัวเป็นข้ารับใช้ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตระกูลจ้าว ร่วมเป็นร่วมตาย กอดเก็บทั้งเกียรติยศและรอยด่างพร้อยไว้อย่างเบ็ดเสร็จ
การบำเพ็ญเพียรของจ้าวหนิงล่วงเข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ… กล่าวให้ถูกคือ ก้าวสู่หัวเลี้ยวหัวต่อชี้เป็นชี้ตายในการทะลวงสู่ระดับวิญญาณต้นกำเนิด
นับแต่หวนคืนชีพ อาศัยผลงานสะท้านฟ้าที่สร้างไว้ให้ตระกูลอย่างต่อเนื่อง เส้นทางบำเพ็ญเพียรของเขาจึงอุดมด้วยทรัพยากรล้ำค่าคอยหนุนส่ง ระดับพลังรุดหน้าก้าวกระโดดไร้อุปสรรค
ยามขั้วอำนาจบุ๋นอย่างตระกูลหลิวและตระกูลผังพังพินาศ ตระกูลจ้าวสบโอกาสกวาดต้อนผลประโยชน์มหาศาล แม้มิได้แย่งชิงเก้าอี้ขุนนางมามากมาย ทว่ากลับสูบกลืนขุมทรัพย์และกิจการของศัตรูมาจนล้นมื