แม้จ้าวหนิงจำต้องละทิ้งเมืองเยี่ยนผิง ทว่ากองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองยังคงเป็นหมากสำคัญยิ่งยวดต่อเขาและขั้วอำนาจขุนนางบู๊ทั้งหมด จะปล่อยปละละเลยมิได้เด็ดขาด
ยามนี้แผนป้ายสีตระกูลจ้าวของขุนนางบุ๋นล้มเหลว ความพยายามพลิกกระดานของที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงพังครืน อำนาจเบ็ดเสร็จของกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองในการคุมชะตาเมืองหลวงจึงฝังรากลึก มั่นคงดุจศิลาผาไปอีกเนิ่นนาน
อาศัยข้ออ้างกวาดล้างเครือข่ายสายลับเป่ยหูแดนอุดร ขั้วอำนาจบู๊กำลังเร่งขยายเขี้ยวเล็บของกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองออกไปสิบทิศ
อย่างน้อยที่สุดต้องรวบอำนาจคุมความสงบเขตรอบนอกเมืองหลวงไว้ในกำมือ ขณะเดียวกันต้องถือสิทธิ์ขาดสืบสวนคดีสายลับต่างแคว้น โดยไร้ข้อกังขาเรื่องขอบเขตอำนาจ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ กองบัญชาการย่อมไม่อาจตกไปอยู่ในมือขั้วอำนาจอื่น โดยเฉพาะตระกูลซุนซึ่งเป็นปรปักษ์กับตระกูลจ้าว ดังนั้นการผลักดันเว่ยอู๋เซี่ยนขึ้นนั่งแท่นกุมบังเหียนจึงเป็นหมากบังคับ
เมื่อมีเว่ยอู๋เซี่ยนคุมเชิง ต่อให้จ้าวหนิงกรีธาทัพสู่ด่านเยี่ยนเหมินกวน เมืองเยี่ยนผิงย่อมไร้ระลอกคลื่น ไม่เพียงหออี้ผิ่นจะหยั่งรากขยายกิ่งก้านได้อย่างราบรื่น แม้แต่เส้นเลือดใหญ่ทางน้ำก็