ค์กร?” ฉินเฉาพูดออกมาเบาๆ “ฉันไม่อยากไปเจอพวกรัฐมนตรีหรอกนะ เรื่องพวกนั้นมันน่าเบื่อจะตาย”“ไม่ใช่เรื่องนั้น” หลี่ไป๋ซานพูด “เรื่องไปเจอผู้คนนายไม่ต้องทำเรื่องพวกนั้นมันเสียเวลา ที่ฉันจะพูดเป็นอีกเรื่อง เรื่องนี้มันเกี่ยวกับนายโดยตรง”“เรื่องอะไร?” ฉินเฉาคิดว่า เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขา“มีข่าวจากเมืองตงชวน” หลี่ไป๋ซานเหมือนกับกำลังจ้องมองรายงานข่าวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ “เกิดไฟไหม้ที่ร้านอาหารม่านถัวหลัว และเจ้าของร้าน อู๋ซิ่น ได้หายตัวไป”“อะไรนะ!” ฉินเฉาแทบกระโดดลงจากรถ เสียงตะโกนของเขาทำให้พี่น้องตระกูลหลัวที่อยู่ใกล้ๆ ตกใจ“อู๋ซิ่นหายไป! เกิดเรื่องขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่!”“จากที่ฉันได้รับข่าว ตอนนี้ก็ผ่านมาจะ 23 ชั่วโมงแล้ว”หลี่ไป๋ซานดื่มสไปร์ทแล้วพูด“เชี่ย!” ฉินเฉาพลันโกรธขึ้นมา เขาจัดการตัดสายหลี่ไป๋ซานแล้วต่อสายหาอีกเบอร์ทันทีที่อีกฝั่งหนึ่ง มู่หรงเจียงกำลังด่าทอลูกน้องของเขา“แม่ง ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก!”มู่หลงเจียงที่กำลังถือดาบซานเตา ปักดาบลงบนโต๊ะทำงาน “คุณอู๋หายไปจะวันแล้ว พวกแกยังไม่ได้ข่าวอะไร! แล้วฉันจะเลี้ยงขยะอย่างพวกแกไว้ทำไมให้เสียข้าวสุก!”“บอส ใจเย็นครับ ใจเย็นก่อน” มือขวาของมู่หรงเจียง เผิงไห่รีบทักท้วงออกมา “พี่น้องของเขาค้นหาเต็มที่แล้ว แต่คุณอู๋ราวกับก้อนหินที่ตกลงไปในมหาสมุทร พวกเราหาทั่วทุกซอกมุมในเมืองตงซวนแล้วก็ยังไม่เจอ”“แม่งเอ๊ย หรือว่าจะเป็นพวกลักพาตัว! ได้ไปหา