นักเลง บางครั้งก็มีรองเท้าปลิวมาบ้าง กระเป๋าบ้าง ด้วยความวุ่นวายนี้ หานเสี่ยวฟ่านที่อยู่บนเวทีมองดูแล้วหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขฉินเฉาที่มองหานเสี่ยวฟ่าน ในใจก็พูดว่า นี่คือนางปีศาจน้อย“หลินหลิน เธอดีที่สุดเลย”เมื่อคิดอย่างนี้ เขาจึงจับมือเล็กๆ ของหลัวชิงหลินแล้วพูดด้วยท่าทางดีใจอย่างมาก“หือ?” ใครจะรู้ว่าคำชมแรกของเขาจะแลกมาด้วยคำถามของหลัวชิงหลิน “นายไปทำผิดอะไรมาใช่มั้ย พูด? สารภาพมาซะ ฉันไม่ใช่คนโง่นะ”“ฉัน….” ฉินเฉาถึงกับพูดไม่ออกและในตอนนี้เอง สงครามแย่งดอกไม้ก็ยังคงดำเนินต่อไปเมื่อมีใครบางคนคว้าดอกไม้ได้ ทันใดนั้น กลุ่มคนที่เหลือก็จะรีบพุ่งเข้ามา ทำให้ดอกไม้นั้นต้องหลุดมือออกไปอีก ฉากนี้ดูราวกับกีฬารักบี้ที่เหล่าคนเถื่อนเล่นกัน“ฉินเฉา เมื่อไหร่นายจะให้ดอกกุหลาบสีฟ้ากับฉัน?”หลัวชิงหลินมองฉินเฉาอย่างร้อนรน มีท่าทางคาดหวังที่จริงแล้วหลัวชิงหลินไม่ได้ต้องการของราคาแพงหรือว่าดอกไม้ของพวกนั้นเธอไม่สนใจ แต่เมื่อฉินเฉาเล่าเรื่องนั้นให้เธอฟัง เธอก็เกิดความคาดหวังขึ้นเพราะว่าเธอรู้สึกได้อย่างคลุมเครือว่า เหตุผลที่ฉินเฉาเล่าเรื่องนี้นั้น เพื่อบอกเป็นนัยน์กับคนสองคนหลัวชิงหลินยังคงเงียบขณะที่มองฉินเฉา ตอนนี้ทั้งสองคนได้ผ่านความยากลำบากที่ยิ่งใหญ่มาได้จนได้อยู่ด้วยกันแต่ช่างน่าสงสาร เพราะว่าข้างกายฉินเฉาไม่ได้มีผู้หญิงเพียงคนเดียวแต่หลัวชิงหลินเข้าใจ ผู้ชายที่โดดเด่นอย่างฉินเฉา เป็นไปไม่