“พวกเขาทำเกินไปแล้ว!”หลัวชิงหลินที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนนใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธอยากจะเข้าไปช่วยพี่ใหญ่ซุนของเธอ“ไอ้ลูกสำส่อนพวกนี้ชั่วร้ายจริงๆ!” หลัวหยูเฟิงใบหน้ามืดครึ้มสายตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ถกแขนเสื้อตัวเองขึ้น “มาดูกันว่า บิดาจะไม่อาจหักขาพวกมันได้วันนี้!”“หยุด!” แต่หลัวเจิ้นเทียนขุนพลเฒ่าออกปากหยุดลูกของเขา บนใบหน้าของเขาเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ จ้องไปที่ฝั่งตรงข้ามแล้วพูดช้าๆ ว่า“ฉันอยากจะเห็นว่าเสวี่ยเหยียนมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้มั้ย ถ้าเขาเป็นลูกของพี่ใหญ่ซุนจริง เขาจะต้องมีจิตวิญญาณของพี่ใหญ่ซุนอยู่อย่างแน่นอน!”“พ่อ!” แต่หลัวชิงหลินทนดูไม่ได้ “แต่พี่ใหญ่ซุนขาไม่ดี!”“แล้วยังไง!” หลัวเจิ้นเทียนพ่นลมออกจมูกแล้วพูด “ในอดีต ขาของพี่ใหญ่ซุนก็ถูกลูกกระสุนของศัตรูฝังขา แต่เขาก็ยังลากขาที่เป็นอย่างนั้น ไปจัดการกับศัตรูด้วยดาบติดปลายปืนของเขา เราต้องไปช่วยเสวี่ยเหยียนแน่ แต่ว่ารอก่อน เราไม่อาจช่วยเขาได้ทั้งชีวิต ถ้าเสวี่ยเหยียน ไอ้หนูนั่นกลัวนักเลงพวกนี้ หลังจากนี้เขาจะใช้ชีวิตยังไง?”หลัวเจิ้นเทียนพูด ขณะที่ถนนฝั่งตรงข้าม มีคนคนหนึ่งเดินมาอย่างช้าๆนั่นคือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ในมือของเธอถือไม้เท้านำทางขณะที่ถือสายจูงสุนัขสีดำตัวผอมตัวหนึ่ง ขณะที่อีกมือ ถือกล่องอาหารกลางวันที่ยังร้อน พร้อมกับเดินเตาะแตะไปแม้ว่าเธอจะมองไม่เห็น รูปร่างจะธรรมดา แต่เธอกลับดูประณีตแทบจะเรียกว่าสาวงามได้“พี่