“หาว่าฉันคุยโต ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไง”ฉินเฉาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิงอายุ 50 ปีคนนี้ จะว่าไปแล้วเธอก็เป็นแม่ของหลัวชิงหลิน แต่ถึงยังงั้น ฉินเฉาก็ยังมีความสุขอยู่ดีโชคดีที่แม่ของเขาไม่เป็นแบบนี้ แม้ว่าบ้านเขาจะไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจแต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนที่ซื่อสัตย์ ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังดูแลเพื่อนอย่างดีบางที สภาพแวดล้อมก็สร้างผู้คน“ดี ฉันจะให้โอกาสนาย”หลัวเจิ้นเทียนคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องลองก่อน เพราะถึงยังไง ขาของซุนเสวี่ยเหยียนก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันรู้สึกหมดหวัง“ถ้าสำเร็จ ฉันจะยอมรับเรื่องของนายกับหลินหลิน แต่ฉันหลัวเจิ้นเทียน เป็นคนที่ไม่ชอบคนหลอกลวง ถ้านายแค่คุยโตล่ะก็ ฉันจะให้นายจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม”“ฉันไม่ชอบให้คนมาขู่”ฉินเฉาเบ้ปาก “นาย ถ้าพูดกับฉันอย่างนั้นอีก ฉันจะไม่รักษาให้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าหลินหลิน ซุนเสวี่ยเหยียนนั่นจะเป็นหรือตาย ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน!”ฉินเฉากลืนคำว่า “พ่อ” ลงท้องไป ถึงยังไง พ่อของหลัวชิงหลินตรงหน้านี้ก็เป็นทหารที่มีคุณงามความดี แม้ว่าอายุจะ 60 แล้ว การพูดจายังคงชั่วร้าย เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพสักนิด“ฉันคิดว่าแกแค่คุยโต ไม่จำเป็นต้องลองสักนิด” หวังซูหงกอดอกพร้อมกับพูดเยาะเย้ยออกมา“อยากจะคิดยังไงก็แล้วแต่ ฉันไม่จำเป็นต้องคุย ฉันจะขอพูดตรงนี้ไว้เลย ถ้าฉันจะพาหลินหลินไป ไม่ว่าใครก็ขวางฉันไว้ไม่ได้”ฉินเฉาหมายถึงยามหลาย