“เกียรติของขุนพล ผมจะรักษาไว้เอง!”หลัวหยูเฟิงเหมือนไม่ยอมรับ เขาได้ถูกการต่อสู้ของฉินเฉาจุดไฟแห่งสงครามขึ้นมาเขาถอดเครื่องแบบทหารออก เหลือไว้แต่เสื้อยืดลายพรางของทหาร“น้องเขย มา มาเล่นกันสักท่าสองท่า!” หลัวหยูเฟิงกระทืบเท้ากับพื้น พร้อมกับกระตุกกล้ามเนื้อที่อยู่ในเสื้อยืด“อย่างแรก ต้องอธิบายกับนายก่อน ฉันและทหารพวกนั้นต่างกัน”เขาหัวเราะ พร้อมกับชี้ไปที่ทหารพวกนั้น “ฉันเป็นครูฝึกของหน่วยเสือโคร่งไซบีเรีย สำหรับพวกเรา การจัดการกับทหารธรรมดาหลายคน ทำได้ง่ายๆ ดังนั้น การรังแกพวกเขา ไม่ได้แปลว่าเก่ง มา วันนี้เรามาสู้กันให้มันส์ไปข้าง หลินหลิน วันนี้เธอมองอยู่ด้านข้างก็พอ พี่จะดูสิว่า ผู้ชายที่ถูกตาเธอ มีความสามารถอะไรบ้าง!”หลัวชิงหลินถูกเสี่ยวฮุ่ยที่อยู่ด้านข้างดึงไว้ ยืนมองการต่อสู้ในห้องรับแขกอยู่ในมุมหนึ่งเมื่อเห็นว่าพี่ชายและที่รักของเธอจะต่อสู้กัน หลัวชิงหลินก็อดเป็นห่วงไม่ได้“อย่าห่วงเลย หลินหลิน” ฉินเฉาเห็นสายตาของหลัวชิงหลิน ก็พลันยิ้มออกมา “ฉันจะระวัง ไม่ทำให้พี่เธอบาดเจ็บ”“เฮ้! เจ้าหนู พูดจาไม่รู้ที่ต˹าที่สูงซะแล้ว!”หลัวหยูเฟิงยิ้มออกมา “ไว้ถึงตอนฉันอัดนายจนหน้าทิ่มพื้นแล้วอย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน!”“มา แล้วจะได้รู้กัน ว่าใครจะร้องไห้!”ทั้งสองเข้าปะทะกัน เสียงกล้ามเนื้อกระทบกันดังมาฉากนี้ทำให้หลัวเจิ้นเทียนแอบภูมิใจ พ่อเสือไม่มีลูกสุนัข ตัวเขาสู้ในสงครามมาทั้งชีวิต จิตวิญญาณแห่งว