ิงหลินต้องเป็นคนคอยตาม และแต่ละครั้ง หลัวชิงหลินก็จะไล่ให้เขาไปเขียนรายงานสำนึกผิดมาให้เธอ จากนั้นเธอก็จะเอารายงานนั้นไปส่งให้กับอาจารย์แต่ไม่คิดว่าเรื่องผ่านมานานขนาดนี้ เขายังจำได้“เรื่องรายงานน่ะไม่ต้อง แต่นายต้องทำเรื่องบางอย่างให้กับฉัน”ฉินเฉาเห็นประกายตาที่ฉลาดหลักแหลมของหลัวชิงหลิน บางทีรู้สึกว่าตัวเขาคงจะตกลงสู่กับดักของหญิงสาวนางนี้เข้าซะแล้วโอ้ เอาเถอะ เรื่องนี้ถ้าจะว่ากันจริงๆละก็ มันก็ไม่ยุติธรรมกับหลัวชิงหลินแต่แรกอยู่แล้วถ้าเขาไม่แกล้งนอนเป็นผักอย่างนั้น ด้วยทิฐิที่มีอยู่ในตัว เธอคงจะไม่พูดเรื่องพวกนี้ออกมา“ก็ได้ ฉันรับปาก” หลัวชิงหลินเห็นฉินเฉาพยักหน้ารับปากอารมณ์โกรธเคืองของเธอก็พลันหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มสายหนึ่ง ฉินเฉาพลันตะลึง เขาไม่ได้ตกใจเพราะรอยยิ้มของสาวสวยอย่างเธอ แต่เพราะอารมณ์ของผู้หญิงที่เหมือนจะเปลี่ยนกันง่ายๆ ราวกับพลิกหน้าหนังสือ“ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะยกโทษให้นายครึ่งหนึ่งก่อน” หลัวชิงหลินเชิดคางเล็กๆ น่าดึงดูดของเธอ จากนั้นก็พูดกับฉินเฉาว่า “ดูจากท่าทางของนาย อาการป่วยของนายคงดีขึ้นมากแล้ว ที่ฉันคุยโทรศัพท์เมื่อกี้นายคงแอบได้ยินแล้วสินะ ตอนนี้ฉันกำลังขาดแฟนหนุ่มอยู่”แอบได้ยินอย่างงั้นเหรอ? บิดานอนฟังกันโต้งๆ เลยต่างหากยังไงก็ตาม คำพูดสุดท้ายของหลัวชิงหลินก็ทำให้ฉินเฉากลัว“ไม่ได้….ฉัน ฉันมีแฟนแล้ว….” หลัวชิงหลินได้เห็นแฟนสาวของเขาแล้ว แม้ว่านั่นจะไม่ใ