อ้ายเสี่ยวเสวี่ยก็เป็นคนในองค์กร ดังนั้นเรื่องที่ฉินเฉาทำในโตเกียวนั้น เธอก็พอรู้มาอยู่บ้างเมื่อมาเห็นสภาพของฉินเฉาที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมกับพันแผลอย่างกับมัมมี่ อ้ายเสี่ยวเสวี่ยก็อดที่จะแสดงรอยยิ้มออกมาไม่ได้“ฉินเฉา เอ๊ย ฉินเฉา ฉันไม่คิดเลยว่านายก็มีวันนี้กับเขาเหมือนกัน!”“….” ฉินเฉามองไปที่อ้ายเสี่ยวเสวี่ยที่มีท่าทางมีความสุขกับความโชคร้ายของเขา ทำให้เส้นเลือดบนใบหน้าของเขาผุดออกมา“เจ้าหน้าที่อ้าย ฉันและเธอไม่ได้เป็นศัตรูกัน เธอไม่ควรมาหัวเราะเยาะฉัน!” ฉินเฉามีใบหน้าหดหู่ ขณะที่ดึงกางเกงของตัวเองพร้อมกับตะโกนออกไปด้วย “นี่เป็นวิถีของโลกหรือยังไง ทำไมตำรวจถึงได้รังแกปราชาชน หัวใจที่เร่าร้อนแต่ก่อนไปไหนหมด ทำไมทุกวันนี้ถึงได้ไหลไปตามกระแสของสังคม!”เมื่อมองไปที่ฉินเฉาที่กำลังถูกรังแก รอยยิ้มบนใบหน้าของอ้ายเสี่ยวเสวี่ยยิ่งมายิ่งทรงเสน่ห์“แฮ่ม ฉันจะไปกล้ารังแกนายท่านฉินเฉาได้ยังไงกัน!” อ้ายเสี่ยวเสวี่ยประสานมือไว้ตรงหน้าอกพร้อมก้มคำนับ แล้วพูดว่า “นายท่านฉินเฉาผู้ทรงเกียรติคงจะลืมไปแล้วสินะ ว่าครั้งแรกที่เราพบกัน เป็นนายไม่ใช่หรือไงที่ใช้กำลังรังแกฉัน แม้กระทั่งผลักฉันติดกำแพง ทั้งยังยกขาฉันอย่างน่าอาย แล้วเมื่อฉันเห็นนายตกอยู่ในสภาพแบบนี้ จะไม่ให้ฉันมีความสุขได้ยังไงกัน?”ผลักอ้ายเสี่ยวเสวี่ยติดกำแพง?อีกทั้งยังยกขาของเธอด้วย?โอ้พระเจ้า!ห้องพักฟื้นนี้พลันตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความหึงหวง