ก็จำคำอื่นได้ นอกจาก บากะยาโร่ (ไอ้งั่ง) กับ ยาเมะเตะ (อย่านะ)“มันไม่มีหัวข้อ ลองตั้งอะไรมาสักอย่างสิ” ฉินเฉาหันมามองหลิวจางมีท่าทางครุ่นคิด จากนั้นก็พูดว่า“ฉันจะสมมติเหตุการณ์ให้ สมมติว่านายหลงทางในซับโปโร เห็นสาวญี่ปุ่น นายจะถามเธอยังไง?”“นี่ง่ายมาก!” ตาฉินเฉาเป็นประกาย หลุดปากตะโกนออกมา ในใจหลิวจางพูดว่า ได้ล่ะ ถ้าได้เรื่องพื้นฐานพวกนี้ เมื่อออกไปข้างนอกก็ไม่เป็นไรแล้ว“ถ้าง่าย งั้นนายจะพูดยังไง?”“บากะยาโร่ (เธอมันยัยงั่ง) แม่สาวน้อย!” ฉินเฉาพูด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะที่หลิวจางตัวซวนเซ เอามือตบหน้าผากหลิวจางรู้สึกเสียใจที่ไปคาดหวังกับฉินเฉา“ฉินเฉา นายอยากตายหรือไง?” หน้าของหลิวจางกลายเป็นจมลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังออกมา“ไม่! ไม่! ยาเมะเตะ! ยาเมะเตะ!” ฉินเฉาร้องออกมาซ˺าๆ ขณะที่หลบไม้เรียวที่ฟาดมาของหลิวจาง“อย่าหลบ! ฉันอยากจะรู้นักว่าหนังของนายจะหนาแค่ไหน!” หลิวจางตะโกนด้วยความโกรธ “ฉันก็อุตส่าห์ตั้งใจฟัง วัชพืชไม่อาจเป็นต้นกล้าที่ตั้งตรงได้จริงๆ ฉันต้องตีนาย ฉันอยากจะรู้นัก นายไปลืมสมองไว้ที่ไหน!”“ยาเมะเตะ ยาเมะเตะ!” ถ้าฉินเฉาไม่ร้องก็ดีไป แต่เมื่อร้องออกมาหลิวจางยิ่งโกรธมากขึ้น พร้อมกับเหวี่ยงไม้เรียว วิ่งไล่ฉินเฉาไปทั่วห้องผลคือวิ่งไปวิ่งมาจนไปถึงโซฟา ฉินเฉาไม่สนใจด้วยความสามารถเขา เขาสามารถเตะโซฟานี้ออกไปได้ แต่เมื่อคิดว่านี่คือบ้านของหลิวจาง มันคงจะไม่ดี ถ้าจะเตะโซฟาไปทั้งอย