ซ่งจื้อนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ท้องพระโรงกว้างใหญ่เงียบสงัดจนแม้นเข็มหล่นกระทบพื้นยังได้ยินชัดเจน
ท่าทีนิ่งขรึมของฮ่องเต้อยู่ในความคาดหมายของสวีหมิงหล่าง เรื่องนี้ชี้เป็นชี้ตายตระกูลขุนนางบู๊อันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ โอรสสวรรค์ย่อมต้องระแวดระวัง ไม่อาจด่วนตัดสินใจ ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ทว่าจ้าวเสวียนจีกลับชิงเอ่ยปาก แทนที่จะคุกเข่าโขกศีรษะขอพระราชทานอภัยโทษ เขากลับแค่นเสียงเย็นชาเย้ยหยันสวีหมิงหล่าง “ตระกูลขุนนางบุ๋นจงใจใส่ร้ายป้ายสีตระกูลจ้าว แม้ไม่รู้แน่ชัดว่าเพื่อจุดประสงค์ใด แต่วิธีการนับว่าต่ำช้าไร้ยางอายถึงขีดสุด อัครเสนาบดีสวีกล่าวไม่ผิด เรื่องนี้สมควรให้สามกรมร่วมไต่สวนอย่างเข้มงวด”
สวีหมิงหล่างปรายตามองจ้าวเสวียนจีแวบหนึ่ง ‘สามกรมร่วมไต่สวน’ ของเขาหมายถึงการสืบคดีเพื่อยัดข้อหาตระกูลจ้าว ทว่าจ้าวเสวียนจีกลับเล่นลิ้นพลิกดำเป็นขาว จงใจบิดเบือนเจตนาเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการสืบสวนแผนใส่ร้ายของขุนนางบุ๋นแทน
“ตระกูลจ้าวกดขี่ข่มเหงราษฎร เข่นฆ่าผู้คนราวผักปลา คดีมากมายล้วนมีหลักฐานดิ้นไม่หลุด สภาพการณ์มิได้ต่างจากคดีตระกูลหลิว เจิ้นกั๋วกงดันทุรังเล่นลิ้นเบื้องพระพักตร์เช่นนี้ จะเกิดประโยชน์อันใด”
น้ำเสียงของส