ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือจางเหวินเจิง จงฉีแห่งกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง ใบหน้าชราถมึงทึงด้วยความร้อนรน ทว่าเมื่อเห็นจ้าวหนิงนั่งคีบข้าวเข้าปากด้วยท่าทีทองไม่รู้ร้อน เขาก็ชะงักงัน ก่อนเพลิงโทสะจะยิ่งปะทุ เอ่ยเสียงกร้าว
“ท่านจงฉียังมีกะจิตกะใจกลืนข้าวลงคออีกหรือ คดีลอบกัดตระกูลจ้าวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเยี่ยนผิงแล้ว ชาวบ้านร้านตลาดต่างรุมก่นด่าว่าตระกูลจ้าวร่ำรวยล้นฟ้าแต่ไร้คุณธรรม สถานการณ์ภายนอกเดือดพล่านปานน้ำเดือด
“ซ้ำร้ายที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงยังระดมมือปราบออกจับกุมขุนนาง คนในตระกูล และหลงจู๊ของตระกูลจ้าวทั่วเมืองอย่างเอิกเกริก กระทั่งศาลผู้ตรวจการก็แว่วว่ามีขุนนางหลายนายรวมหัวกันถวายฎีกาเอาผิดท่านแม่ทัพใหญ่”
จางเหวินเจิงจ้องจ้าวหนิงเขม็ง “ยามเส้นแบ่งความเป็นตายมาเยือน เหตุใดท่านยังไม่เร่งหาทางพลิกสถานการณ์ กลับมานั่งกินข้าวรอดูดาบพาดคออยู่ได้”
ยามนี้หลังออกเวร จางเหวินเจิงมักขลุกตัวหลอมศาสตราปราณผลึกม่วงให้ตระกูลจ้าว ถือเป็นการสวามิภักดิ์ร่วมหัวจมท้ายอย่างเปิดเผย เมื่อภัยมาเยือน เขาย่อมต้องออกหน้าแทนตระกูลจ้าวอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อสดับคำ จ้าวหนิงยังคงไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ กำลังชั่งใจว่าจะ