ซ่งจื้อผู้มีพระพักตร์อ่อนโยนเป็นนิจ น้อยครั้งนักจะตรัสถ้อยคำหนักหน่วงปานนี้ จิ้งซินหมัวสะดุ้งโหยง รีบหมอบกราบแนบพื้น “เหตุใดฝ่าบาทจึงตรัสเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทคือขัตติยะผู้ทรงธรรมและเปี่ยมเมตตาที่หาได้ยากยิ่ง ยุคทองแห่งต้าฉีในยามนี้ ล้วนเกิดจากพระอุตสาหะปกครองแผ่นดินจนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด พระเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์แก่ขุนนางและอาณาประชาราษฎร์ ขอฝ่าบาทอย่าได้ตัดพ้อพระองค์เองเด็ดขาด”
ซ่งจื้อคาดการณ์คำตอบนี้ไว้แล้ว ทว่ายังมิได้อนุญาตให้ขันทีชราลุกขึ้น แม้พระทัยจะมิได้กริ้วโกรธก็ตาม “ยุคทองรุ่งเรือง… เจิ้นย่อมปรารถนาให้ต้าฉีสงบร่มเย็นอย่างแท้จริง”
“แต่น่าเสียดาย แม้เจิ้นทรงงานหนักข้ามวันข้ามคืน ราชวงศ์กลับหาได้สงบสุข ดินแดนห่างไกลยังพอทำเนา แต่กลียุคตรงหน้ากลับปะทุขึ้นแทบเท้าเจิ้น เจิ้นปกครองแผ่นดินจนเละเทะปานนี้ ยังมิใช่อีกทรราชอีกหรือ”
ขันทีเฒ่าที่หมอบกราบลอบระบายลมหายใจโล่งอก ขอเพียงซ่งจื้อตรัสสาเหตุชัดเจน เขาย่อมมีคำกราบทูลรับมือ แผ่นดินวิกฤตเป็นความผิดผู้ใด คำตอบนั้นกระจ่างแจ้งอยู่ในใจ
เขารีบทูล “นี่มิใช่ความผิดของฝ่าบาท แต่เป็นความผิดของเหล่าขุนนาง เป็นเพราะตระกูลใหญ่เหล่านั้นหน้ามืดตามัวด้ว