รถไฟยังคนเคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อไป ผู้คนก็เหมือนกัน ในตู้นี้ยืนไว้ด้วยชายชุดเขียวหลายคน เหมือนกับเป็นเทพแห่งความตาย ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นรัวอย่างรวดเร็ว ชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในตู้ ด้านข้างของเขามีตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบตามมาด้วยแต่ชายหน้าบากไม่กลัว เขาโบกมือ ตู้หน้าก็ปิดลง ชายเสื้อเขียวสองคน ดึงเอาปืนพกออกมา ชี้ไปที่หัวหน้าคนนั้น และตำรวจสาวแต่ฉินเฉากลับจ้องตำรวจสาวตาโต หือ อ้ายเสี่ยวเสวี่ย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่!“ไม่ต้องไปคุยกับรัฐบาลหรอก คุยกับฉันนี่แหละ!” จิตวิญญาณแห่งฮีโร่ของอ้ายเสี่ยวเสวี่ย ไม่เกรงกลัวแม้กระบอกปืนจะจ่ออยู่ข้างหลัง พูดกับชายหน้าบาก“พูดกับเธอ?” ชายหน้าบากขมวดคิ้ว “เธอเป็นใคร?”“ฉันเป็นแค่ตำรวจสาวธรรมดา” อ้ายเสี่ยวเสวี่ยชี้มือใส่หมวกตำรวจที่เธอสวมอยู่ แล้วพูด “ฉันแค่ได้รับอนุญาตชั่วคราว ให้เป็นตัวแทนมาเจรจากับนาย”“ใช่แล้ว ฉันเป็นพยานได้” หัวหน้าคนนั้นพูด “นายจี้รถไฟของเรานายต้องการอะไร?”“ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่สาวคนนี้ มีชื่อว่าอะไร?” ชายหน้าบากไม่กังวล กลับกัน เขากลับถามชื่ออ้ายเสี่ยวเสวี่ย“ฉันเรียกว่า อ้ายเสี่ยวเสวี่ย!”“ไปค้นตัวเจ้าหน้าที่อ้าย” ชายหน้าบากโบกมือ ชายชุดเขียวคนหนึ่งรับไปทำทันทีร่างของอ้ายเสี่ยวเสวี่ยสั่น อยากจะส่งรองเท้าลอยไปเตะใส่ชายคนนี้จริงๆ แต่ต้องนิ่งไว้ชายคนนั้นก็ซื่อสัตย์จริงๆ ไม่ฉวยโอกาส เขาหยิบเอาปืนไทป์ 92ออกมาจากเอวของอ้ายเสี่ยวเสวี่ย