กๆ แต่คำพูดกลับไม่เล็กเลยจริงๆ!”เฉินอวี่สอดปากขึ้นมาเสียงดัง “ผู้อาวุโสของนิกายเจ้าหายไปหมดแล้วแต่เจ้ายังกล้ามาโอบล้อมพวกเราฝ่ายธรรมะ ข้าคิดว่าเจ้าต่างหากที่กำลังหาที่ตาย”“เด็กสาวจากเขาเทพยุทธ์ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะสอดปากเข้ามาได้”ผู้นำนิกายนั่นพูดอย่างเหยียดหยาม “มีแรงเยอะไม่นับว่าเป็นอะไร สิ่งสำคัญนั้นก็คือต้องมีสมอง ช่างน่าสงสารจริงๆ ถ้าคนที่พบกับนิกายหลัวซา ไม่หวาดกลัวว่าเจ้านายของพวกเขาจะต้องพบกับความพินาศ”“ที่นายพูดนั่น หมายความว่าฉันเป็นหมากในกระดานของนายงั้นสิ ใช่มั้ย?” ฉินเฉาไม่ได้รู้สึกดี จ้องไปที่ผู้นำนิกายของนิกายเหยียนลั่วที่ใส่หน้ากาก“สหายจากนิกายหลัวซา ได้ยินชื่อมานานแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องปกปิดตัวตนภายใต้ความน่าเกลียดอย่างนั้นก็ได้” ผู้นำนิกายเหยียนลั่วพูดขึ้น “ฉินเฉา เจ้าสังหารศิษย์ในสำนักของข้า แถมยังกล่าวคำสาบานว่าจะทำลายนิกายข้า เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าจะไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?”“หึหึ….” คนชุดดำ ในใบหน้าของอสูรสาวเดินออกมา จ้องมาที่ฉินเฉา พร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ “ฉินเฉา เจ้าทำร้ายศิษย์ของข้า วันนี้ ได้เวลาล้างแค้นแล้ว”“พวกนายนี่โคตรน่าเบื่อเลย” ฉินเฉาเมื่อเห็นฝั่งตรงข้ามเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา เขาก็โบกมือ สลายหน้ากากเกล็ดสีดำของเขา เผยตัวจริงออกมาซู่เหรินเฟิงและเฉินอวี่ เมื่อเห็นใบหน้าของเขา พลันตกตะลึง“เป็นเขา!”ที่โรงแรม ถ้าไม่ใช่ชายคนนี้ ทั้งสองคนคงพบกับความยุ่งยากอ