เราสู้กับเจ้าไปแล้ว จึงไม่คิดเอาเปรียบเจ้า” ซู่เหรินเฟิงก้าวถอยหลังสองก้าว “นี่ เป็นตาของเจ้ากับยอดเขาหมอก”“เมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าคงต้องขอประมือกับนายน้อยหนึ่งกระบวนท่าแล้ว”ในใจฮัวเหนียงรู้สึกช่วยไม่ได้ สะบัดชายเสื้อไปข้างหน้า“รอเดี๋ยวก่อน!” แต่ในตอนนี้เอง ซู่เหรินเฟิงคนนั้น กลับพูดขึ้นมาอีก“เจ้าเด็กจากเขาเทพยุทธ์ มีอะไรจะพูดนักหนา”ดูเหมือนเจียงยี่ฟ่านจะทนไม่ไหว ตำหนิออกมา “เจ้า ถ้ามีปัญหานัก ก็ไปสู้กับยอดเขาหมอกเองดีกว่า อย่าเอาแต่ตะโกน”“สหายเต๋าเจียงยังไม่รู้!” ซู่เหรินเฟิงที่ได้ยินคำตำหนิของเจียงยี่ฟ่านไม่ได้โกรธ แต่กลับพูดอย่างนิ่มนวล “ตัวแทนจากยอดเขาหมอกนี้วางแผนจะใช้ชายเสื้อหมอกจัดการปีศาจนี้ ฮึ่ม เจ้าคิดว่าพวกเราไม่รู้เหรอ วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของยอดเขาหมอกคือ ห้าสายฟ้าลงทัณฑ์ ถ้าเจ้าจะจัดการกับเขา ทำไมไม่ใช้ ห้าสายฟ้าลงทัณฑ์ล่ะ?”หน้าของฮัวเหนียงถอดสี แล้วรีบพูด“ที่นายน้อยซู่พูดนั้นก็ใช่ แต่ฮัวเหนียงเป็นผู้ฝึกตนอสูร แม้ว่าจะฝึกวิชา ห้าสายฟ้าลงทัณฑ์ แต่ผู้ฝึกตนอสูรนั้น หวาดกลัวสายฟ้าจากสวรรค์เป็นที่สุด ถ้าฮัวเหนียงใช้ห้าสายฟ้าลงทัณฑ์ กลัวว่ามันจะเป็นผลร้ายกับตัวเอง”“เป็นคนฝ่ายธรรมะ เสียสละตนเองกำจัดปีศาจ ทำไม่ได้เหรอ!” ซู่เหรินเฟิงถือกระบี่วิเศษ แล้วพูด “ยอดเขาหมอกของพวกเจ้า รักชีวิตกลัวตายเหรอ?”“เจ้าหัวไร้สมอง เรื่องอย่างนี้ก็พูดออกมาได้!” ไป๋เจี่ยวเจียวอารมณ์ไม่ดี พูดขึ้น “