กเรียกว่า สำนักอันดับหนึ่ง”“ศิษย์น้อง จะพูดอะไรคิดหน่อย” ซู่เหรินเฟิงเตือนศิษย์น้องของเขา“อะไรเล่า ข้าพูดเรื่องจริงนี่”เฉินอวี่พูดเสียงดังใบหน้าของผู้คนรอบๆ กลายเป็นน่าเกลียด พูดได้ว่า คำพูดของเฉินอวี่นี้ นอกจากผู้คนของเขาเทพยุทธ์ ทุกคนต่างพากันไม่พอใจแต่เฉินอวี่เป็นผู้เยาว์ พวกเขาเป็นผู้อาวุโส จึงไม่สามารถทวงถามได้“สหายจากเขาเทพยุทธ์ ที่เจ้าพูดก็ไม่ถูก!” หวังหงเจี่ยจากเขาฮัวซาน ไม่พอใจ ทนไม่ไหวกับบรรยากาศอย่างนี้ จึงไม่คิดไว้หน้าเฉินชิง“ศิษย์พี่ของข้า เผชิญหน้ากับเขาที่อยู่ระดับสร้างรากฐาน จึงจงใจปล่อยเขาไป”เมื่อหวังหงเจี่ยพูดอย่างนั้น เจียงยี่ฟ่านนั้นอายจนหน้าแดง เขาออมมือที่ไหน เห็นชัดๆ ว่าวิชาของเจ้าหนูนั่นแข็งแกร่งกว่า จึงสามารถทำลายวิชากระบี่เย็นคิตะคิวชูของเขาได้อย่างไม่คาดคิด“ตัวเองไม่มีความสามารถเองต่างหาก!” เฉินอวี่เท้าเอว จากนั้นตะโกนเสียงดัง “ดีแต่ปาก เก่งแต่หาข้ออ้างน่าหัวเราะ ตลกจริงๆ”“เจ้า!” หวังหงเจี่ยไม่อยากทะเลาะ แต่ทนไม่ไหวกับคำพูดของเฉินอวี่“คุณหนูเฉิน ถึงอาหารจะกินมั่วได้ แต่คำพูด พูดพล่อยๆ ไม่ได้นะ”หยวนเมิ่งที่เมื่อสักครู่ถูกศิษย์พี่ขี้อิจฉาเหน็บแนมจนแทบน˺าตาตกพูดขึ้น “ถ้าเจ้าก็แพ้ด้วยล่ะ เมื่อถึงตอนนั้นจะพูดว่าไง?”“เป็นเรื่องธรรมดาของพวกเอาแต่ใจที่เลือกกระบี่ยาวอยู่แล้ว พวกไม่มีตา” ไป๋เจี่ยวเจียวที่ถือกระบี่อยู่ด้านข้าง พูดเหน็บแนม“อสูรงู พูดอีกทีสิ!” เฉินอวี