ิ่นอายซากศพเริ่มแข็งแกร่งขึ้นทุกที!” ฝ่าเซียงที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น ขณะที่ประสานมือเข้าด้วยกัน ปัจจุบัน รูปลักษณ์ของเขาเหมือนกับอรหันต์ร่างทองคำ กำลังสวดมนต์อย่างต่อเนื่องพร้อมกับฉายแสงสีทองท่ามกลางโลกที่มืดมิดเขากำลังใช้พลังพุทธะในร่างที่สำรองไว้เพื่อกดราชาผีดิบให้อยู่ข้างในพื้นโชคไม่ดี โดยไม่คำนึงถึงพลังพุทธะที่บริสุทธิ์ การฝึกตนของเขาเพียงแค่ถึงขั้นความสามารถเทวะ ดังนั้น เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชาผีดิบมันไม่ได้เพียงแค่ส่งกลิ่นอายที่ยากจะควบคุมออกมาเท่านั้น ผู้อยู่อาศัยในละแวกนี้ต่างพากันตายคนแล้วคนเล่า ถือเป็นลางบอกเหตุ“ศิษย์พี่ ท่านต้องทนไว้ ก่อนที่กำลังเสริมจากสำนักอื่นจะมาถึง!”ซูจีก็เหมือนจะไม่ไหวแล้ว เธอพูดในใจว่า “ทำไมคนจากฝ่ายธรรมะยังไม่มาอีก?! ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เราจะต้องจบชีวิตตรงนี้โดยไม่มีทางเลือก”“ศิษย์น้อง ขออาตมายืมมือหน่อย” ฝ่าเซียงก็ยากจะยืนหยัด กลิ่นอายชั่วร้ายสีดำก็เริ่มติดตามใบหน้าที่เคร่งขรึมและสง่างามของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ซูจีก็โยนประคำขึ้นไปในอากาศ ซึ่งมันกำลังลอยอยู่กลางอากาศ แม้ว่าจะสูญเสียพลังงานแรกเริ่มจากแรงปะทะลำแสงสีทองฉายออกมาจากประคำ และซึมเข้าไปในร่างของฝ่าเซียงท่ามกลางค˹าคืนที่มืดมิดได้แต่เสียใจ ฝ่าเซียงรู้สึกว่าพลังของเขาไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ พลังระดับสร้างรากฐานไม่เพียงพออย่างมากในการกดดันกลิ่นอายซากศพไว้“โอ้ พร