าร ซ่อมโต๊ะ และก็ค่ารักษาของยามคนนั้นด้วย”พนักงานสาวเหมือนอยากจะพูดอะไรอีก แต่ฉินเฉารีบตัดคำพูดเธอ“อย่าโลภเกินไปนัก ถ้าฉันรอจนตำรวจมา คุณจะไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้”สิ่งที่ฉินเฉาพูดก็สมเหตุสมผล ถึงยังไง โต๊ะก็แค่พลิกคว˹า และมีเพียงขวดเหล้าไม่กี่ขวดที่แตก ส่วนพวกยาม เขาก็แค่หมดสติ และไม่ได้บาดเจ็บอะไร แม้ว่าลูกศิษย์เขาเทพยุทธ์ทั้งสองออกจะหยิ่งไปบ้าง พวกเขาก็รู้จักยั้งมือ เมื่อต้องจัดการกับมนุษย์ธรรมดา‘อย่าทำร้ายคนธรรมดา’ นี่คือสิ่งที่ลูกศิษย์ของสำนักธรรมะต้องทำไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องถูกลงโทษ“ก็ได้ ฉันจะไม่ตามเรื่องนี้อีก แต่นี่เป็นเพราะคุณเป็นคนมีเหตุมีผลแต่พวกเขาทั้งสองต่างเป็นพวกสารเลว” หลังจากรับเงิน พนักงานสาวก็เรียกพนักงานชายมาช่วยพยุงยามไป จัดโต๊ะใหม่ และเริ่มทำงานต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“สหาย เราขอถามได้มั้ย ว่าทำไมนายถึงมาช่วยเรา?” เมื่อเห็นฉินเฉาหันมามองพวกเขา ในที่สุดตัวศิษย์พี่ก็ถามขึ้น“นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน” ฉินเฉาพูดพร้อมกับทำมือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเมื่อเห็นสัญญาณมือของเขา ใบหน้าของศิษย์พี่พลันเปลี่ยน ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจความหมายของมัน“งั้นก็ขอบคุณมาก พวกเขาเป็นลูกศิษย์ของเขาเทพยุทธ์ ขอเราทราบสำนักของนายได้มั้ย?”“ศิษย์พี่ ทำไมท่านถึงเปิดเผยตัวตนของพวกเราล่ะ?” ศิษย์น้องหญิงที่อยู่ถัดจากเขากลายเป็นหงุดหงิด พูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าท่านอาจารย์บอกเราว่า อย่าบอกตัวตนของเร