เจิ้งอวี้ชิงมีข้อสงสัยอัดอั้นเต็มอก
ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าคือสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด เขาอยากหนี ไม่อยากตกอยู่ในเงื้อมมือจ้าวหนิง ปรารถนาจะนำข่าวความพลิกผันนี้กลับไปแจ้งตระกูลให้เร่งรับมือโดยด่วน!
ทว่าเขากลับขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
เพียงฝืนขยับกายก็ปวดร้าวแสนสาหัส กระดูกทั่วร่างคล้ายแหลกละเอียดเป็นผุยผง ปราณแท้เหือดหาย อวัยวะภายในบอบช้ำเจียนปริแตก
อานุภาพหมัดเดียวของจ้าวชี่เยว่บดขยี้พลังต่อสู้ของเขาจนหมดสิ้น
เจิ้งอวี้ชิงใช่ว่าไม่เคยพานพบยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลาย ทว่าความแข็งแกร่งระดับจ้าวชี่เยว่นั้น ต่อให้เป็นยอดคนในระดับเดียวกันยังนับว่าหาได้ยากยิ่ง
สมฉายาอัจฉริยะมัจจุราชแห่งตระกูลจ้าวที่สะท้านสะเทือนทั่วเยี่ยนผิง
ยามนี้เจิ้งอวี้ชิงเหลือเพียงหนทางเดียวคือ ‘ถ่วงเวลา’
รอให้ตระกูลระแคะระคายและส่งกำลังเสริมมาตรวจสอบ นั่นคือโอกาสรอดเดียวของเขา เขามองออกว่าจ้าวหนิงกำลังลำพองใจ หากฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายอยากโอ้อวด ล้วงข้อมูลสำคัญออกมาได้ เมื่อรอดกลับไป ข้อมูลเหล่านี้ย่อมพลิกกระดานได้
คิดได้ดังนั้น เจิ้งอวี้ชิงจึงกัดฟันฝืนนั่งขัดสมาธิกลางหลุมดินลึกหนึ่งฉื่อ พยายามปั้นหน้ากอบกู้มาดคุณชายตระกูลใหญ