เฉินอี้ตระหนักซึ้งว่าชะตาชีวิตมิอาจลิขิตเอง อารมณ์ในอกปั่นป่วนซับซ้อน
ด้านหนึ่งคือความหดหู่และกระวนกระวาย
แม้บรรลุถึงระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นกลาง นับเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าแห่งยุทธภพ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมอำนาจมหึมาอย่างตระกูลขุนนาง ตัวเขากลับเล็กกระจ้อยร่อย ไม่ต่างจากมดปลวกแทบเท้าภูผา
เพียงอีกฝ่ายพลิกฝ่ามือก็บดขยี้เขาจนแหลกเหลวได้โดยไร้ซึ่งความผิด ยามนี้จำต้องถลำลึกสู่วังวนแก่งแย่งชิงอำนาจ ชะตาชีวิตพลิกผันตลบตะแลงในชั่วพริบตา
จากแรกเริ่มที่หลงระเริง คิดพึ่งพิงร่มไม้ใหญ่ตระกูลเจิ้งเพื่อกรุยทางสู่อำนาจ กลับกลายเป็นความสิ้นหวังเมื่อถูกเจิ้งอวี้ชิงลอบกัดเจียนตายยกครัว ครั้นรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้เพราะตระกูลจ้าวสอดมือเข้าแทรกแซง ทว่าสุดท้ายกลับหนีเสือปะจระเข้ ร่วงหล่นสู่อุ้งมือของจ้าวหนิง ผู้ซ่อนคมมีดไว้ใต้รอยยิ้มจนชวนให้หนาวเหน็บถึงกระดูก
ทุกย่างก้าวล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทว่าอีกมุมหนึ่ง เปลวเพลิงแห่งความทะเยอทะยานในอกเฉินอี้กลับยังไม่มอดดับ
การที่เขายอมลดตัวเป็นสุนัขรับใช้ตระกูลเจิ้งแต่แรก ก็เพื่ออาศัยร่มใบบุญกอบโกยผลประโยชน์ให้ตนเอง ขอเพียงมีต้นไม้ใหญ่ให้พิงหลัง จะเป็นต้นใดหาใช่เรื่องสำคัญ