ยามจ้าวหนิงมาถึงละแวกแม่น้ำชางสุ่ย ฝูงชนที่ชุมนุมกันบริเวณเขื่อนกั้นน้ำเริ่มสลายตัว ฝั่งหนึ่งมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ตระกูลจ้าวภายใต้การนำของคนในตระกูล ขณะที่อีกฝั่งตามผู้นำหมู่บ้านกลับถิ่นฐานตน
จ้าวหนิงรั้งสายบังเหียนหยุดม้าบนเนินดิน ทอดสายตามองสถานการณ์เบื้องล่าง ก่อนจับจ้องไปยังขบวนชาวบ้านที่มือปราบจากที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงและอำเภอสือเหมินคุมตัวมุ่งหน้าสู่เมืองเยี่ยนผิง
คนกลุ่มนี้มีจำนวนนับร้อย นอกเหนือจากผู้เช่านา ชาวบ้านที่ก่อเหตุ และศพผู้ตายที่ถูกหามไปแล้ว ยังมีคนของคฤหาสน์ตระกูลจ้าว ผู้นำหมู่บ้านเหอโข่ว และฝูงชนที่ตามไปทวงความยุติธรรมถึงที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงปะปนอยู่ไม่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงอึดใจ คนของคฤหาสน์ตระกูลจ้าวพลันควบม้าตะบึงเข้ามา ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ารีบเร่งเข้ามารายงานสถานการณ์อย่างรวบรัด
“อีกฝ่ายตายสิบสาม บาดเจ็บยี่สิบกว่าคน ล้วนเป็นชาวหมู่บ้านเหอโข่ว ก่อนคุณชายจะมาถึง ขุนนางจากที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงได้ชันสูตรเบื้องต้นแล้ว”
“ฝั่งเราที่ลงมือสังหารมีผู้เช่านาห้าคน ชาวนาสามคน และผู้คุ้มกันคฤหาสน์อีกสี่คน ชาวบ้านนับร้อยเห็นเหตุการณ์เต็มสองตา พยานหลักฐานจึงมัดตัวแน่นหนา”
“คดีนี้มีโทษ