ก็ดึงดูดความสนใจของคนอื่นทันที“นักล้วงกระเป๋า?”“ทุกคนตรวจดูกระเป๋าของตัวเอง!”“ใคร ใครเป็นนักล้วงกระเป๋ากัน?” ชายคนนั้นรีบร้องออกมา แต่ท่าทางของเขากังวลอย่างมาก“ไม่ใช่นักล้วงกระเป๋า?” ฉินเฉาให้เขาดูกระเป๋าถือของหลี่เสวี่ย ซึ่งถูกกรีดเป็นรอยเล็กๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว “ถ้านายไม่ใช่นักล้วงกระเป๋า งั้นนี่คืออะไร?”หลี่เสวี่ยมองลงไป และตะลึงเมื่อเห็นรูบนกระเป๋าของเธอ สิ่งนี้ทำให้เธอโกรธทันที“ฉินเฉา ไม่ต้องพูดกับมันแล้ว เอามันไปส่งตำรวจ”“เธอจะพาฉันไปสถานีตำรวจ!” ชายคนนั้นรีบตะโกนทันที “ฉันไม่ได้ขโมยอะไรสักหน่อย นั่นไม่ใช่ฉัน!”“ใช่ไม่ใช่ ค่อยไปอธิบายที่สถานีตำรวจเอาแล้วกัน” ฉินเฉาแสยะยิ้ม และยังคงจับมือเขาไว้“ใช่แล้ว เอามันไปส่งตำรวจ ไอ้พวกขโมย!”“มีสถานีตำรวจอยู่ที่ป้ายถัดไป เอาพวกมันไปส่งที่นั่น!”ผู้คนตะโกนด้วยความเดือดดาล ในคนกลุ่มนี้ บางคนก็มีประสบการณ์ขมขื่นที่ถูกขโมยมือถือบ้าง กระเป๋าตังค์บ้าง….“ปล่อยเขาซะ ไม่งั้น ฉันจะฆ่านาย” ในตอนนี้เอง คนสองสามคนก็เบียดเสียดเข้ามา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นพวกเดียวกับขโมย เมื่อเห็นว่าพวกเขามีกันหลายคน กลุ่มคนรอบๆ ก็พากันเงียบ“โอ้?” ฉินเฉาเลิกคิ้ว “มีพวกเยอะเหมือนกันนี่”“ฉิน ฉินเฉา….” เมื่อเห็นคนหลายคน หลี่เสวี่ยก็เริ่มกลัว เธอดึงแขนเสื้อฉินเฉา และพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ”ฉินเฉายิ้มออกมา แม้ว่าผู้จัดการสาวคนนี้ภายนอกจะดูใจแข็ง แต่เธอก็ยังคงเป็นผู้