ยามซื่อสองเค่อ ภายในเรือนสองชั้นที่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความประณีต เฉินอี้ ผู้ดูแลสมาคมเรือ ‘หย่งซุ่น’ ปลอบประโลมภรรยาที่กำลังตื่นตระหนกจนสงบลง ก่อนก้าวมายังประตูใหญ่เพียงลำพังเพื่อสอบถามสถานการณ์ภายนอกจากผู้บำเพ็ญเพียรที่เฝ้ายามอยู่
“ผู้ดูแลเฉินโปรดวางใจ ไร้เรื่องราวเกินความคาดหมาย เชิญพวกท่านมาพักที่นี่ก็เพื่อความปลอดภัย รออีกเพียงไม่กี่วัน เมื่อเบื้องบนจัดการธุระเสร็จสิ้น ท่านย่อมกลับไปสมาคมเรือได้ตามเดิม”
ผู้คุ้มกันระดับบำเพ็ญเพียรผู้นี้หาได้มีไมตรีจิตต่อเฉินอี้ แม้วาจาฟังสบายหู ทว่าน้ำเสียงกลับแข็งกระด้างดุจท่องจำ แฝงเจตนากักขังชัดเจน ตราบใดที่เรื่องราวยังไม่ยุติ เฉินอี้ย่อมไม่อาจก้าวออกจากลานเรือนแห่งนี้แม้แต่ครึ่งก้าว
เฉินอี้พยักหน้ารับ เดินกลับมาทรุดกายลงนั่งกลางลานเรือนเงียบๆ
แม้ต้องนั่งแกร่วอยู่หน้าโต๊ะหินเพียงลำพัง ทว่าแผ่นหลังกลับเหยียดตรงดุจทวน นัยน์ตาคมกริบจดจ่อ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายหนักแน่นดั่งขุนเขา
ผู้คนย่อมมองออก ชายหนุ่มผู้นี้เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณกระหายเลือดและไม่เคยหยุดดิ้นรน เขาไม่เคยปล่อยตัวเกียจคร้าน สายตามักจับจ้องหาหนทางทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอยู่เสมอ
อาศัยสิ่งนี้ เขาจึงตะเกียกต