ด้โกรธ” ฉินเฉาหัวเราะ รับบุหรี่มาคาบไว้ในปากเผิงไห่รีบตามเข้ามาพร้อมไฟแช็ก และจุดให้ฉินเฉาอย่างระมัดระวังบริกรรู้สึกโง่งม เมื่อมาทำงานที่มันดาล่าบาร์ ไม่มากก็น้อย ต้องเคยได้ยินชื่อฉินเฉา โดยเฉพาะหญิงบางคนในมันดาล่าบาร์ได้พูดเกี่ยวกับเขาตลอดวัน ราวกับเขาเป็นดาราใหญ่ เขาจากนั้นได้ไปสอบถามเรื่องนี้กับคุณอู๋โดยตรงตามที่คุณอู๋พูด ฉินเฉาคือเจ้าของที่แท้จริงของที่นี่“นายท่านฉิน คุณอยากให้เราจัดการกับเจ้าหนูนี่มั้ย เมื่อคุณมาที่นี่ในอนาคตคุณจะได้ไม่มีน˺าโหอีก?” คำพูดของเผิงไห่ทำให้บริกรกลัว ทำให้เขาแทบสลบเขารีบคุกเข่าลงต่อหน้าฉินเฉาและร้องออกมา“นายท่านฉิน ผมผิดไปแล้ว ผมมันลูกสำส่อน โปรดท่านผู้สูงส่งปล่อยผมไปเถอะ ผม ผมยังไม่อยากตาย….”“ดูนายสิ ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ?” ฉินเฉายื่นมือออกไปและดึงบริกรขึ้น “นายเป็นคนเป็นมีฐานะไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ฟังนายได้เหรอ”“นายท่านฉิน ผม…” บริกรตกใจ และอยากจะพูดบางสิ่ง แต่ฉินเฉารีบโบกมือ ตัดบทเขา“พอแล้ว ไม่ต้องกลัว” ฉินเฉาช่วยจัดปกเสื้อของบริกรให้ตรงและพูด “ฉันไม่ใช่ซาตาน หรือพี่ใหญ่แก๊งใต้ดิน ฉันจะไปฆ่าคนได้ยังไง? แต่พฤติกรรมของนายนี่ไม่ดีเลย นายต้องจำไว้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะอารมณ์ดีแบบฉัน ครั้งหน้า นายอาจพบหัวหน้าแก๊งใต้ดินขี่ลามาก็ได้ และถ้านายพูดอย่างนี้กับเขา จุดจบจะไม่ดีแบบนี้”พร้อมกันนั้น เขาตบไหล่บริกร “จำไว้ อย่าใช้วัตถุมาตัดสินแขก”หลังจากนั้น เขาก็พูดกับเผิงไห่