ผิดกับห้องหนังสือส่วนใน ห้องหนังสือปีกตะวันออกแห่งจวนอัครเสนาบดีนั้นโอ่อ่ากว้างขวาง สวีหมิงหล่างมักใช้สถานที่นี้หารือข้อราชการลับกับคนสนิทและบุคคลสำคัญเสมอ หากเทียบกับโถงรับแขกแล้ว ที่นี่ย่อมมิดชิดรัดกุม เหมาะแก่การซ่อนเร้นแผนการเหนือความคาดหมาย
ยามนี้ภายในห้องเนืองแน่นไปด้วยขุมกำลัง ผู้นำตระกูลขุนนางบุ๋นทรงอิทธิพลหลายสายแยกนั่งประจำการซ้ายขวา สวีหมิงหล่างนั่งตระหง่านเหนือตำแหน่งประธาน กลิ่นอายกดดันบารมีดุจดั่งจำลองการว่าราชการในท้องพระโรงมาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
ทว่ามิใช่ผู้นำขุนนางบุ๋นทุกตระกูลจะมีสิทธิ์เข้าร่วม วาระเร้นลับวันนี้คือแผนชิงอำนาจสะเทือนแผ่นดิน ต่อให้ตระกูลเฉินจะยุติความเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลสวีแล้ว สวีหมิงหล่างก็ไม่มีวันอนุญาตให้พวกมันร่วมโต๊ะ
“ยามนี้คือห้วงเวลาชี้เป็นชี้ตายในการเปิดศึกกวาดล้างตระกูลขุนนางบู๊ ห้ามพลาดพลั้งแม้แต่ก้าวเดียว… อัครเสนาบดีสวี บรรดาตระกูลขุนนางบุ๋นที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับพวกเรา ท่านทุ่มซื้อตัวและเกลี้ยกล่อมเรียบร้อยแล้วหรือไม่” ผู้เอ่ยปากคือผังชิงเต๋อแห่งตระกูลผัง
สิ้นยุคหลิวมู่จือ ตำแหน่งชานจือเจิ้งซื่อก็ว่างลง แม้องค์ฮ่องเต้จะทรงส่งสัญญาณหมายตาดึงขุนนางตระกูล